หน้าแรก ความรู้ทั่วไป น้ำหอม ที่ผู้หญิงใช้แล้ว ผู้ชายหลงใหล จนยากที่จะลืมเลือน

น้ำหอม ที่ผู้หญิงใช้แล้ว ผู้ชายหลงใหล จนยากที่จะลืมเลือน

2078
0
แบ่งปัน

อีกหนึ่งเสน่ห์ของผู้หญิง คือกลิ่นกายที่หอมตราตรึงและเป็นที่น่าจดจำ การเป็นที่น่าสนใจ ไม่ใช่แค่รูปลักษณ์ภายนอกที่สวยงาม หากแต่รวมไปถึงกลิ่นน้ำหอมที่เหมาะกับคุณ ยังสามารถช่วยเสริมบุคลิกภาพให้ได้อย่างไม่น่าเชื่อ

 

 

 

10 น้ำหอมที่เรากำลังนำเสนอ ที่มั่นใจว่าจะทำให้ใครบางคน นึกถึงคุณ จดจำกลิ่นตัวคุณได้ จนยากที่จะลืมเลือน เลือกใช้ให้เหมาะกับตัวคุณ

 

 

 

 


Burberry Classic

น้ำหอมสุด Chic จากเมืองผู้ดี ที่ได้รับการพูดถึงมากตั้งแต่เปิดตัว กลิ่นสดชื่นนวลๆที่พอได้กลิ่นแล้วเหมือนคุณใส่เฟอร์เดินที่ London (จริงๆนะ) ดังนั้น มันเหมาะกับการใช้ในเมืองมากกว่าไปธรรมชาติ

-กลิ่น Top Notes (10 – 20 นาทีแรก) จะมาจากผลไม้อย่าง พีช, แอปริคอท, ลูกแพร และ แบล็คเคอร์แรนท์
-กลิ่น Middle Notes (3 – 6 ชม.แรก) จะอบอวลไปด้วย woody-floral อย่าง ดอกมะลิ, ไม้จันทน์ และ ต้นซีดาร์
-กลิ่น Base (กลิ่นพื้นฐาน/กลิ่นสุดท้าย) จะเป็นกลิ่นหอมนวลๆ ที่มาจาก มัสค์ และ วนิลา

 

 

 

 


Lancome La Vie est Belle

“La Vie est Belle” เป็นภาษาฝรั่งเศสแปลว่า “ชีวิตเป็นสิ่งสวยงาม” ดังนั้นน้ำหอมขวดนี้ กลิ่นแบบโลกสวยมาก ทำออกมาให้หอมและสวยแบบง่ายๆ ไม่ประดิษฐ์ ทำให้ผู้ใช้สามารถมีความสุขกับชีวิต แม้แต่กับสิ่งเล็กน้อย

-กลิ่นที่เด่นที่สุดของขวดนี้ (Middle Notes) คือกลิ่นดอกไอริสที่ถูกห้อมล้อมไปด้วยดอกส้ม (Orange Blossom) และดอกมะลิ
-กลิ่น Top Notes (10 – 20 นาทีแรก) จะเป็นกลิ่นผลไม้หอมๆ อย่างแบล็คเคอร์แรนท์และลูกแพร
-กลิ่น Base (กลิ่นพื้นฐาน/กลิ่นสุดท้าย) จะได้ความรู้สึกอบอุ่น ด้วยกลิ่นใบ Patchouli, เมล็ด Tonka (คล้ายๆ Almond), วนิลา, และ Praline

 

 

 

 


Chanel Coco Mademoiselle

ดูจากชื่อ “Mademoiselle” ก็รู้เลยว่าเป็นน้ำหอมสำหรับ “คุณผู้หญิง” กลิ่นมีความหรู เรียบ แพง กลิ่นโดยรวมเป็นผลไม้และดอกไม้เมืองร้อน ทำให้เหมาะกับบ้านเรามาก จริงๆ น้ำหอมชนิดนี้ เปิดตัวมาตั้งแต่ปี 2002 แต่ยังขายได้และขายดีอยู่ของ Chanel ดังนั้นจึงถือว่าเป็นน้ำหอมที่เลิศอยู่นะ

-คาแรคเตอร์ของน้ำหอมขวดนี้คือดอกมะลิและดอกกุหลาบ ซึ่งเป็นกลิ่น Middle Notes (3 – 6 ชม. แรก) และรุ่มรวยไปกับกลิ่นของลิ้นจี่และดอกมะลิ
-กลิ่น Top Notes (10 – 20 นาทีแรก) ได้รับการผสมผสานไปด้วยผลไม้สดชื่นรสเปรี้ยว ประกอบด้วย ส้ม, เกรฟฟรุ๊ต, และมะกรูด
-กลิ่น Base (กลิ่นพื้นฐาน/กลิ่นสุดท้าย) ของน้ำหอมขวดนี้ มีความหอมแบบอลังการที่อบอุ่น เพราะต้องไปตัดกับกลิ่นดอกไม้และผลไม้ที่รุนแรงข้างต้น ดังนั้น–กลิ่น Base ต้องมีความอบอุ่น ซึ่งมาจาก กลิ่นหญ้าแฝก, Patchouli, วนิลา และกลิ่น มัคส์

 

 

 

 


Christian Dior J`adore

น้ำหอมที่ Position ตัวเองว่า “glamorous fragrance” ที่ขายดีมากที่สุดตัวนึงเลยของ Dior กลิ่นของน้ำหอมขวดนี้เป็นกลิ่นหอมหวานแต่ให้ความรู้สึกนุ่มนวล กลิ่นไม่แหลมนะ กลิ่นเด่นๆจะเป็นกลิ่นผลไม้ กลิ่นที่เตะจมูกจริงๆจะเป็นดอกมะลิ ลูกพลัม ดอกกล้วยไม้ และดอกกุหลาบ และกลิ่น creamy ที่ว่าจะมี มัคส์และ blackberry เข้ามาช่วยให้กลิ่นดูเป็นผู้ดีและอบอุ่นมากขึ้น

-กลิ่น Top Notes (10 – 20 นาทีแรก) จะเป็นกลิ่น ดอก Magnolia ตามด้วยผลไม้ เช่น แอปเปิ้ล ลูกแพร เมลอน มะกรูด และส้ม
-กลิ่น Middle Notes (3 – 6 ชม.แรก) มีความดอกอย่างแท้จริง (ดอกไม้) หลักๆเลยคือ ดอกTuberose ดอกกุหลาบ ดอกมะลิ ดอกFreesia ดอกลิลลี่ ดอกViolet และดอกกล้วยไม้ (Dior จัดเต็มมาก)
-กลิ่น Base (กลิ่นพื้นฐาน/กลิ่นสุดท้าย) จะมีความ Woody และอบอุ่นไปด้วย Musk Vanilla สน และ Blackberry

 

 

 

 


Kenzo World

จริงๆที่เขียนขวดนี้เพราะขวดมีความ Chic! เป็นรูปดวงตา กล่าวว่าเป็นดวงตาแห่งจิตวิญญาณจาก art director คนใหม่ของแบรนด์ แต่ความ Peak คือนางได้รับการรีวิวด้านไม่มีที่อเมริกา เพราะกลิ่นดันไปคล้ายกับน้ำหอมราคาไม่แพงอย่าง Victoria’s Secret (แต่ก็ไม่แย่นะ เพราะ Victoria’s Secret นางทำ Body Splash มันก็ต้องถูกมั้ย) แต่ข้อดีของมันคือ กลิ่นติดนานมาก

-กลิ่น Top Notes (10 – 20 นาทีแรก) มาจากผลไม้ตระกูล Berry สีแดง
-กลิ่น Middle Notes (3 – 6 ชม.แรก) Peony มาจากดอกไม้แบบผสม หลักๆมาจาก Peony และดอกมะลิ
-กลิ่น Base (กลิ่นพื้นฐาน/กลิ่นสุดท้าย) มาจาก Ambroxan

 

 

 

 

Chloe Eau de Parfum

กลิ่นดอกกุหลาบฟุ้งทันทีที่ฉีด! เพราะทางแบรนด์พยายามให้ความรู้สึกว่าเวลาฉีดไปแล้ว เหมือนได้ถือช่อดอกไม้ในงานแต่งงานตัวเอง กลิ่นกุหลาบหอมนะ รู้สึกแพงเวลาฉีดเลยหล่ะ ถ้าคุณมาสายฉีดกลิ่นดอกไม้ พูดเลยว่าขวดนี้จะทำให้คุณฟิน แต่กลิ่นมันหวานมาก

-กลิ่น Top Notes (10 – 20 นาทีแรก) จะเป็นกลิ่นผลไม้นำมาก่อน เพื่อทำให้เราสดชื่นทันทีที่ฉีด อย่าง Verbena Lemon และ มะกรูด
-กลิ่น Middle Notes (3 – 6 ชม.แรก) คือจุดเด่นของนาง แน่นอนมันคือดอกกุหลาบและซากุระ และเบรความหวานเกินไปด้วย Black Currant และ แอปเปิ้ล
-กลิ่น Base (กลิ่นพื้นฐาน/กลิ่นสุดท้าย) อบอุ่นมากๆด้วยกลิ่น ข้าว สน และมัคส์ขาว

 

 

 

 

Versace Bright Crystal

หรูหราอลังการตั้งแต่ขวด ฉีดใส่เบาๆ อันนี้เหมาะเป็น everyday use เลย จุดเด่นคือกลิ่นผลไม้ กลิ่นชัดๆคือ ทับทิมและส้มยูสุ และตามมาด้วย Peony และ magnolia สุดท้ายจะได้กลิ่นดอกบัว และกลิ่นพื้นฐานก็ดีนะ เพราะมาจาก red wood และ musk ขวดนี้ กลิ่นไม่แรงเกิน ใช้ได้บ่อยๆ

-กลิ่น Top Notes (10 – 20 นาทีแรก) แน่นอนคือ ทับทิมและส้มยูสุ
-กลิ่น Middle Notes (3 – 6 ชม.แรก) มาจาก Peony, Magnolia และกลิ่นดอกบัว
-กลิ่น Base (กลิ่นพื้นฐาน/กลิ่นสุดท้าย) ของขวดนี้ คือกลิ่นที่แอดมินชอบที่สุด มันคือ มัสค์ มะฮอกกานี และ อำพัน อบอุ่นสุดๆ

 

 

 

 


Marc Jacobs Divine Decadence

ต้นแบบของน้ำหอมฟีโรโมนอันโด่งดัง กล่าวว่าจะดึงดูดความสนใจทางเพศ สุดยอดมั้ยล่ะ ทางแบรนด์ต้องการให้น้ำหอมขวดนี้มีความเย้ายวนและสง่างามแก่ผู้ใช้ ทำให้ความเป็นสาวไม่เสื่อมถอยตามกาลเวลา โดยการประสานกลิ่นของ sparkling champagne, bergamot และ creamy orange blossom รวมทั้งมีกลิ่นของดอกไม้ที่น่าหลงใหลอย่าง gardenia, hydrangea และ honeysuckle และยังมีกลิ่มอำพัน วนิลา และหญ้าฟรั่น ที่ทำให้ผู้ได้กลิ่น ยากที่จะลืม

-กลิ่น Top Notes (10 – 20 นาทีแรก) ได้มาจาก orange blossom แชมเปญ และมะกรูด
-กลิ่น Middle Notes (3 – 6 ชม.แรก) หอมกลิ่นดอกไม้อย่าง ดอกพุด ดอก Hortensia และ ดอกสายรน้ำผึ้ง
-กลิ่น Base (กลิ่นพื้นฐาน/กลิ่นสุดท้าย) ตราตรึงด้วยดอกหญ้าฟรั่น อำพัน และวนิลา

 

 

 

 

Tom Ford Orchid Soleil

Orchid Soleil ถูกทำออกมาให้เหมาะกับช่วง Summer (บ้านเราก็ Summer ตลอดกาลอยู่แล้ว) โดยกลิ่นจะเหมาะมาก เวลาอยู่กลางแดดอ่อนๆ กลิ่นของมันไม่ดอกไม้หรือผลไม้มากเกินไป ทำให้ใช้ได้ทุกวัน กลิ่นติดนานมาก ก็สมกับราคาที่แพงเอาการ กลิ่นของขวดนี้เฉพาะมาก ครีมๆ ไม่หวานจนเกินไป ซึ่งต่างจากน้ำหอมทั่วไป ผู้อ่านต้องไปลองดมดูก่อนเท่านั้น ว่าชอบไหม มัน Unique มาก จนทำให้คนที่ชอบมัน เป็นกลุ่มเฉพาะ

-กลิ่น Top Notes (10 – 20 นาทีแรก) ได้มาจาก pink pepper, bitter orange และ cypress
-กลิ่น Middle Notes (3 – 6 ชม.แรก) หอมอ่อนๆจากดอกไม้อย่าง Tuberose และ Red lily
-กลิ่น Base (กลิ่นพื้นฐาน/กลิ่นสุดท้าย) ที่เป็นเอกลักษณ์มากๆ ได้มาจาก วนิลา วิปครีม Chestnut ดอกกล้วยไม่ และ Patchouli

 

 

 

 


Nina Ricci Nina Pop

สาวๆวัยรุ่นน่าจะชอบน้ำหอมขวดนี้ ที่ duty free ด้วยความที่ขวดมันน่ารักและกลิ่นหอมแบบสดใสของมัน กลิ่นเป็นแบบ Floral Fruity ที่มีความเปรี้ยวซ่า คิดว่า เด็กสาววัยมหาลัยจนถึงอายุไม่เกิน30 น่าจะตกหลุมรักน้ำหอมขวดนี้ได้ไม่ยากนัก

-กลิ่น Top Notes (10 – 20 นาทีแรก) สดชื่นขั้นสุดกับกลิ่นมะนาวและเลมอน
-กลิ่น Middle Notes (3 – 6 ชม.แรก) มาจาก apple, praline, peony และ datura ให้ความสดใสไปอีกกกก
-กลิ่น Base (กลิ่นพื้นฐาน/กลิ่นสุดท้าย) ตบท้ายด้วยความอบอุ่นนิดนึง เพื่อเบรคความสดชื่นที่อาจจะมากเกินไปด้วย apple tree, cedar และ musk

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ที่มา dealcha.com