หน้าแรก ผู้หญิง เรื่องจริง! สามีนอกใจ วันที่ฉันท้องได้ 6 เดือน

เรื่องจริง! สามีนอกใจ วันที่ฉันท้องได้ 6 เดือน

1356
0
แบ่งปัน

รื่องราวของซิงเกิ้ล มัม มีให้เรารับทราบกันอยู่เสมอ เช่นเดียวกับบันทึกของนอร่า (นามสมมติ) แม่บ้านชาวสิงคโปร์ที่จับสามีได้ว่าแอบนอกใจ

 

 

 

 

คงไม่เป็นไรหากวันนั้นทั้งคู่เพิ่งแต่งงานกันใหม่ๆ แต่ที่เธอรับไม่ได้ คือการที่สามีเป็นอื่นในวันที่เธออ้วนตุ๊ สิวเขรอะ จากการที่ต้องอุ้มท้องลูกชายคนแรก และจากนี้คือบันทึกของเธอที่บอกเล่ากับเราไว้เป็นอุทาหรณ์สำหรับชีวิตคู่

 

 

 

บันทึกของนอร่า

 

 

“ฉันก็คงเหมือนผู้หญิงหลายๆคน ที่มีชีวิตคู่ที่สมบูรณ์แบบ ฉันพบกับอดัมหลังจากที่เพื่อนได้แนะนำให้รู้จัก ทุกอย่างมันเยี่ยมมาก เราคบกันได้ 3 ปีจากนั้นเราก็แต่งงานกัน ในปีแรกฉันก็ตั้งท้อง แต่ทุกอย่างเปลี่ยนไปอย่างรวดเร็วด้วย อดัมกลับบ้านดึกขึ้นโดยมักบอกว่าพาลูกค้าไปเลี้ยง อย่าหาว่าฉันโง่เลยว่าเป็นลูกไม้เก่าๆ ฉันเชื่อใจเขามาก สำหรับฉัน เขาเป็นผู้ชายที่ซื่อสัตย์และเปิดเผยกับฉันในทุกเรื่อง ฉันรักเขา ผู้ชายที่ฉันเชื่อว่าจะเป็นพ่อของลูกที่ดีในอนาคต

 

 

 

เขามักรับสายจากสายหนึ่ง ที่เขาบอกฉันว่าเป็นเจ้านายที่อยู่ต่างประเทศ อดัมเริ่มกลับบ้านดึก เวลาฉันขอให้เขาพาไปไหนด้วย เขามักบ่ายเบี่ยงและใช้เวลาอยู่ด้วยกันไม่มากนัก ครั้งหนึ่ง ตอนที่ฉันท้องได้สองเดือน ฉันเป็นตะคริวที่อาการแย่มาก ฉันต้องนั่งแท็กซี่ไปโรงพยาบาลเอง เขามาหาฉันแต่เราก็จบลงด้วยการทะเลาะกันอย่างรุนแรงจากการที่เขาหาว่าฉันชวนตี เหตุการณ์ครั้งนั้นฉันพยายามจะลืมมันไป เพราะอีกไม่นานเราก็จะมีลูกด้วยกัน

 

 

 

เรื่องบนเตียงเราก็หยุดลง เขาพูดซ้ำๆ ว่าเขาเหนื่อยจากงาน และฉันก็กำลังตั้งท้อง เขาอ่านมาว่ามันจะปลอดภัยกับลูกช่วง 2-3 เดือนของครรภ์ (งั้นเหรอ ฉันก็เพิ่งรู้นะเนี่ย) บางทีฉันลองเริ่มก่อน แต่เขาก็ปฏิเสธด้วยเหตุผลว่าเขาจะไปมีอารมณ์กับคนท้องได้ยังไง จากนั้นฉันก็เริ่มเสียความมั่นใจ คงเพราะฉันเปลี่ยนไป ฉันอ้วนขึ้นแน่เลย แต่นั่นก็เป็นเรื่องธรรมดาของคนท้องไม่ใช่หรือ สิ่งนี้ทำให้ฉันเจ็บปวด เหมือนฉันไม่เป็นที่รัก ไม่เป็นที่ต้องการอีกแล้ว”

 

 

 

เมื่อความจริงเปิดเผย

 

 

 

“และแล้ววันนั้นก็มาถึง (ตอนที่ครรภ์ครบ 6 เดือน) เพื่อนสนิทฉันคนหนึ่ง sms มาบอกฉันว่ามีเรื่องจะบอก เธอส่งลิงค์เฟซบุคมาให้แล้วถามว่าผู้ชายในรูปนั่นใช่อดัมหรือเปล่า ใช่แล้ว! ความจริงปรากฏ ผู้ชายคนนั้นคือสามีของฉัน เขาอยู่ในผับแห่งหนึ่งและกำลังจูบอยู่กับผู้หญิงอีกคน! ฉันตกใจมากเพราะไม่เคยเห็นเขาในมุมนี้มาก่อน ฉันพินิจดูรูปนั้นก็พบว่าผู้หญิงคนนั้นรูปร่างสูง มีเสน่ห์ และดูดีมาก แล้วดูฉันสิ ท้องอ้วนป่องเพราะมีลูก ฉันไม่เคยหมดความมั่นใจในรูปร่างเท่านี้มาก่อนเลย

 

 

 

เรื่องนี้อาจเป็นสัญญาณบางอย่าง แต่ฉันแค่ไม่อยากเชื่อว่าเขาจะหลอกฉันได้ ยิ่งมีลูกด้วยกันแบบนี้ใครจะไปคิด ฉันคิดว่าเขาแค่ยุ่งกับงานเท่านั้นเอง แล้วฉันจะทำยังไงดีล่ะ? ควรเลิกเขาดีไหม? ฉันจะเลี้ยงลูกเองได้ยังไง? คนอื่นจะคิดยังไง? คำถามประดังประเดเข้ามาเต็มหัว ตอนนั้นเหมือนบ้านกำลังหมุน เหมือนหายใจไม่ออก ฉันล้มลงบนพื้นและมีเลือดไหลออกมา รู้ตัวอีกที ฉันก็อยู่ที่โรงพยาบาลแล้ว”

 

 

 

 

บทสรุปแห่งชีวิต

 

 

 

“ฉันตื่นมาที่โรงพยาบาล ระหว่างที่ยังงงๆ อดัมก็ปรากฏตัวที่นั่น เขาถามว่าเกิดอะไรขึ้น แล้วฉันก็ระเบิดออกไปจนหมด ฉันให้เขาดูรูปนั้นแล้วถามว่าเกิดอะไรขึ้น อดัมหน้าเสียทันทีและบอกหมดเปลือกว่าเขากำลังมีคนอื่น เรื่องทั้งหมดมันเกิดขึ้นมาเป็นปีแล้ว ผู้หญิงคนนั้นชื่อเคลลี่ เธอเป็นนางแบบมาจากประเทศไทย ทั้งคู่พบกันในผับแห่งหนึ่ง เขาเองก็ไม่อยากเชื่อเหมือนกัน ว่าการปิ๊งกันครั้งนั้น จะนำไปสู่ความสัมพันธ์ที่ลึกซึ้งและอันตรายยิ่งขึ้น

 

 

 

แต่อดัมก็โทษมาที่ฉัน ว่าเป็นเพราะฉันเปลี่ยนไป อารมณ์ฉันแปรปรวน และการทำตัวที่ไม่น่ารักของฉันทำเขาอยากถอยห่าง เขาว่าฉันเป็นมาแบบนี้มาตั้งแต่ก่อนมีลูกแล้ว ฉันโพล่งออกไปด้วยความโกรธว่า ก็ฉันท้อง อารมณ์ของฉันมันแปรปรวน จะให้ฉันเหมือนเดิมตลอดเวลาได้ยังไง

 

 

 

นาทีนั้นฉันรู้แล้วว่าสามีคนนี้ไม่มีความเป็นผู้ใหญ่พอ เขาไม่ใช่พ่อที่ดีของลูกแน่ ฉันกำลังพูดอยู่กับเด็กที่ไหนเนี่ย ผู้ชายที่ไล่ตามผู้หญิงอยู่นี่หรือที่จะฉันจะเอาด้วย เขาบอกด้วยว่าผู้หญิงคนนั้นน่าสนใจมากและไม่ซับซ้อนดี และเขายังพบว่า ตัวเองยังไม่พร้อมจะเป็นพ่อคน ฉันเลยตอบไปว่า ‘ใช่ และคุณก็ไม่พร้อมที่จะเป็นลูกผู้ชายด้วย’

 

 

 

จากนั้นฉันไม่สนใจอีกว่าความสัมพันธ์ของเขาจะเป็นยังไง ฉันสนแต่ว่าจะเอายังไงต่อ แน่ล่ะ ไม่มีผู้หญิงที่ไหนคาดคิดหรอกว่าต้องเป็นแม่เลี้ยงเดี่ยว คำถามเต็มหัวฉันไปหมด รวมทั้งเรื่องการเงิน เราจะไปอยู่ไหนกัน ลูกจะเป็นเด็กไม่มีพ่อหรือนี่ แล้วฉันจะผ่านเวลานี้ไปได้ยังไง เมื่อภาพที่สวยงามพังทลายลงหมด

 

 

 

คืนนั้น หลังจากที่ออกจากโรงพยาบาลและพบว่าไม่มีอันตรายอะไรกับลูก ฉันกลับมาอยู่กับพ่อแม่ บอกแค่ว่าอดัมดูแลฉันเรื่องสุขภาพไม่ดีพอ และไม่ได้บอกว่าเราจะเลิกกัน ในเวลานั้นฉันต้องการทำสิ่งที่ดีที่สุดให้ลูก ไม่ได้คิดว่าจะไม่อยากให้เขามีพ่อหรอกนะ แต่ความเจ็บปวดนี้มันมากเกินไป ฉันไม่คิดกับอดัมแบบเดิมอีกแล้ว ฉันแค่ต้องตัดสินใจในสิ่งที่ถูกต้อง

 

 

 

 

เลือกชีวิตคุณแม่เลี้ยงเดี่ยว

ต่อมาฉันตัดสินใจขอหย่า เขาเริ่มส่งแมสเสจขู่ต่างๆมา ใช่ค่ะ มันไม่ง่ายที่จะผ่านมันไปให้ได้แม้ต้องร้องไห้ทุกคืน ฉันคิดนะว่ามันจะส่งผลกับลูกไหม (ฉันมีลูกชายล่ะ) มันยาก แต่สามีคืออดีต ลูกคืออนาคต ไม่ว่าที่ผ่านมาจะเป็นอย่างไร ฉันจะต้องดูแลเขาให้ดีที่สุด

 

 

 

…ตอนนี้เกร็ก (ลูกชาย) ฉันอายุขวบครึ่งแล้ว เขาคือความสุข คือของขวัญที่ดีที่สุดของฉัน เกร็กเป็นเด็กอารมณ์ดี และชอบให้ฉันอาบน้ำให้ ตอนนี้ฉันทำใจได้แล้ว แน่นอนที่ผ่านมามันสาหัสมาก แต่เพราะฉันมีครอบครัว และเพื่อนๆ เป็นกำลังใจ จากนี้ไป ฉันจึงตั้งใจที่จะเป็นแม่ที่ดีและมีความสุข ฉันอยากส่งเรื่องนี้ให้เป็นอุทาหรณ์สำหรับผู้หญิงทุกๆคน”

 

 

 

ปล. เรื่องราวของแต่ละครอบครัวย่อมแตกต่างกัน ฉันเชื่อว่า คุณพ่อส่วนใหญ่คงไม่เป็นเช่นนั้น ฉันแต่อยากบอกแค่ว่า หากภรรยาของคุณกำลังตั้งท้อง ก็อยากให้เข้าใจเธอด้วยว่า ร่างกายและอารมณ์ของเธอย่อมเปลี่ยนไป ขอเพียงคุณเข้าใจเธอสักนิด ความรักของคุณทั้งคู่ก็จะไปต่อได้ตลอดรอดฝั่ง

 

 

 

 

 

 

บันทึกจริงเรื่องนี้ถูกบอกเล่าผ่านพาวิน โชปรา นักเขียนชาวสิงคโปร์

ข้อมูลจาก TH.THEASIANPARENT.COM