หน้าแรก สุขภาพ โรคหน้าแก่!!!.. มีอยู่จริง

โรคหน้าแก่!!!.. มีอยู่จริง

301
0
แบ่งปัน

โรคหน้าแก่ เป็นโรคที่พบได้น้อยมาก ทั่วโลกมีการรายงานผู้ป่วยประมาณ 200 ราย พบได้ทั้ง ชาย หญิง ทุกเพศ ทุกวัย ทุกเชื้อชาติ โดยสาเหตุเกิดจากความผิดปกติของเส้นใยอีลาสติน(Elastin) ซึ่งเป็นโครงสร้างของผิวหนังที่ทำให้เกิดความยืดหยุ่น มีการเสื่อมเร็วกว่าอายุจริง ทั้งจากความผิดปกติทางพันธุกรรม หรืออาจจากเสื่อมโดยกระตุ้นจากกระบวนการอักเสบ

 

 

 

โรคหน้าแก่มีสาเหตุเกิดได้อย่างไร?

 

สาเหตุของโรคหน้าแก่ แบ่งเป็น 2 กลุ่มคือ

 

 

ก. กลุ่มที่ 1 เกิดจากการถ่ายทอดทางพันธุกรรม

 

ซึ่งเป็นกลุ่มที่พบได้มากที่สุด เป็นกลุ่มที่แสดงอาการตั้งแต่กำเนิด กลุ่มนี้อาจพบประวัติเป็นโรคเดียวกันนี้ในครอบครัว โดยโรคเกิดจากความผิดปกติของดีเอ็นเอ (DNA) ที่มีความเกี่ยวข้องกับเส้นใยอีลาสติน/Elastin (ส่วนประกอบที่เป็นโครงสร้างของผิวหนัง ที่ทำให้เกิดความยืดหยุ่นของผิว) มีการถ่ายทอดทางพันธุกรรมหลายแบบ ทั้งแบบยีน/จีนเด่น(Dominant gene, มีเพียงจีนเดียว ผู้ป่วยก็มีอาการ), ยีนด้อย (Recessive gene, ต้องมีจีนคู่กัน ผู้ป่วยจึงจะมีอาการ), และแบบถ่ายทอดทางโครโมโซมเพศ ซึ่งแต่ละชนิด/แต่ละสาเหตุ ก็จะมีความรุนแรงของโรคแตกต่างกัน

 

 

 

 

 

ข. กลุ่มที่ 2 ไม่ได้เป็นแต่กำเนิด

 

และไม่เกี่ยวข้องกับพันธุกรรมชนิดที่ถ่ายทอดได้เหมือนกลุ่มแรก มักเกิดเมื่อโตแล้วหรือเป็นผู้ใหญ่แล้ว โดยอาจเกิดตามหลังการอักเสบของผิวหนัง หรือตามหลังโรคที่กำให้เกิดความผิดปกติทางระบบภูมิคุ้มกันต้านทานโรค เช่น เกิดตามหลังอาการแพ้ยา เช่น ยาฆ่าเชื้อ/ยาปฏิชีวนะในกลุ่มเพนนิซิลิน (Penicillin), ยาเพนนิสซิลลามิน (Penicillamine) ที่ใช้รักษาโรคข้อรูมาตอย, ยาไอโซไนอาซิด (Isoniazid) ที่รักษาวัณโรค, หรือ เกิดตามหลังการอักเสบของผิวหนัง เช่น ผื่นลมพิษ โรคผิวหนังที่มีตุ่มพองจากการแพ้ยา โรคมะเร็งของเซลเม็ดเลือดขาวชนิดที่เรียกว่า Multiple myeloma, หรือตามหลังโรคภูมิแพ้ตนเอง/โรคออโตอิมมูน เช่น เอสแอลอี, และอีกส่วนหนึ่งประมาณ 50% ของผู้ป่วย แพทย์ไม่ทราบสาเหตุ หาสาเหตุไม่พบ

 

 

 

 

 

โรคหน้าแก่ติดต่ออย่างไร?

 

โรคหน้าแก่ ไม่ใช่โรคติดต่อ ไม่สามารถติดต่อบุคคลอื่นได้ ไม่ว่าจะคลุกคลีกันอย่างไร ที่รวมไปถึงการใช้สิ่งของร่วมกัน แต่โดยส่วนใหญ่ของผู้ป่วย ดังกล่าวแล้วในหัวข้อ สาเหตุ โรคสามารถถ่ายทอดทางพันธุกรรมได้

 

 

 

 

โรคหน้าแก่อาการอย่างไร?

 

อาการหลักที่เห็นชัดเจนของโรคหน้าแก่ คือ อาการทางผิวหนัง ผิวหนังจะเสียความยืดหยุ่น เมื่อดึงให้ยืดออกจะไม่มีการหดตัวกลับเหมือนผิวหนังของเด็กหรือหนุ่มสาว ผิวหนังจะเป็นรอยพับเหี่ยวย่นโดยเฉพาะบริเวณ ใบหน้า คอ หลัง

 

 

เส้นใยอีลาสติน นอกจากเป็นโครงสร้างของผิวหนังแล้ว ยังเป็นโครงสร้างของเนื้อเยื่อเกี่ยวพันในอวัยวะอื่นๆในเกือบทุกอวัยวะของร่างกาย ดังนั้น นอกจากจะมีความผิดปกติที่ผิวหนังแล้ว จึงอาจมีความผิดปกติของอวัยวะภายในอื่นๆร่วมด้วย ที่จะส่งผลให้โรคมีอาการรุนแรงขึ้น (ขึ้นกับว่า โรคเกิดกับอวัยวะใดหรือกับทุกอวัยวะ) เช่น ปอด หลอดเลือด กระเพาะปัสสาวะ กระดูก

 

 

 

 

ควรพบแพทย์เมื่อไหร่?

 

หากมีความผิดปกติของผิวหนังที่สงสัยเป็นโรคหน้าแก่ สามารถพบแพทย์ผิวหนังเพื่อตรวจรักษาได้เสมอ โดยไม่จำเป็นต้องรอให้มีอาการจากอวัยวะอื่นๆร่วมด้วย

 

 

 

 

แพทย์วินิจฉัยโรคหน้าแก่ได้อย่างไร?

 

แพทย์วินิจฉัยโรคหน้าแก่ ได้จาก ประวัติอาการ ประวัติการมีโรคนี้ในครอบครัว และประวัติทางการแพทย์ต่างๆที่แพทย์สงสัยอาจเกี่ยวข้อง และการตรวจร่างกาย การตรวจลักษณะผิวหนัง การตัดชิ้นเนื้อจากผิวหนังที่เกิดโรคเพื่อการตรวจทางพยาธิวิทยา ที่จะพบมีเส้นใยอีลาสตินลดจำนวนลง ส่วนเส้นใยฯที่ยังเหลืออยู่ก็พบความผิดปกติ ไม่สมบูรณ์ และการตรวจสืบค้นเพิ่มเติมอื่นๆตามดุลพินิจของแพทย์ และตามอาการผู้ป่วย เพื่อหาความผิดปกติของอวัยวะต่างๆที่อาจได้รับผล กระทบจากความผิดปกติของเส้นใยอีลาสติน เช่น การตรวจภาพปอดด้วยเอกซเรย์ เพื่อตรวจหาถุงลมโป่งพองจากความผิดปกติของอีลาสติน เป็นต้น

 

 

 

 

รักษาโรคหน้าแก่อย่างไร?

 

ไม่มียาเฉพาะที่ใช้รักษาโรคหน้าแก่ การรรักษาเป็นการรักษาตามอาการ โดยที่ผิวหนังอาจทำการตัดแต่งผิวหนังส่วนที่ย้อยออก แต่ได้ผลการรักษาเพียงชั่วคราว นอกจากนั้น ผิวหนังบริเวณใบหน้า สามารถทดลองรักษารอยเหี่ยวย่นด้วยการฉีดโบทอก (Botox, ยาที่ได้จากสารชีวพิษของแบคทีเรียบางชนิดที่ลดรอยเหี่ยวย่นได้ชั่วคราว) ได้

 

 

ส่วนการรักษาความผิดปกติที่อวัยวะอื่น เป็นการรักษาตามอาการ ขึ้นกับว่าเป็นอาการเกิดกับอวัยวะใด เช่น โรคหลอดเลือดหัวใจโป่งพอง โรคถุงลมโป่งพองจากการการเสียความยืดหยุ่นของเนื้อเยื่อเกี่ยวพันในอวัยวะนั้นๆ

 

 

 

 

โรคหน้าแก่ก่อผลข้างเคียงอย่างไร?

 

โรคหน้าแก่ ส่งผลกระทบต่อสภาพจิตใจของผู้ป่วย เนื่องจากทำให้เกิดลักษณะผิวหนังภายนอกหย่อนคล้อยดูแก่ก่อนวัย นอกจากนี้ยังอาจส่งผลต่ออวัยวะภายในมีความผิดปกติ เช่น โรคระ บบหายใจและโรคหัวใจ เป็นต้น

 

 

 

 

โรคหน้าแก่มีการพยากรณ์โรคอย่างไร?

 

การพยากรณ์โรคของโรคหน้าแก่ ขึ้นอยู่กับความรุนแรงของโรคที่เกิดกับอวัยวะภายในที่เกี่ยวข้อง เช่น ผู้ป่วยอาจมีอายุสั้นลงเนื่องจากมีความผิดปกติของระบบหายใจและหัวใจร่วมด้วย แต่ในผู้ป่วยที่มีความผิดปกติเฉพาะที่ผิวหนังเท่านั้นก็จะมีอายุได้ยืนนานเท่ากับคนปกติ

 

 

 

 

ดูแลรักษาตนเองอย่างไร?

 

การดูแลรักษาตนเองเมื่อมีโรคหน้าแก่ คือ การดูแลสุขภาพตามหลักสุขอนามัยทั่วไป (สุขบัญญัติแห่งชาติ) เช่น

 

•ออกกำลังกายสม่ำเสมอทุกวันตามควรกับสุขภาพ

•กินอาหารมีประโยชน์ 5 หมู่ ในปริมาณที่เหมาะสม ให้ครบถ้วนในทุกวัน

•งดสูบบุหรี่ ไม่สูบบุหรี่ จะช่วยชะลอความเสื่อมของปอด ในกรณีที่พบร่วมกับโรคถุงลมโป่งพอง

•ไม่ดื่มสุรา เลิกสุรา จะช่วยชะลอความเสื่อมของโรคตับ ในกรณีมีอาการของโรคตับร่วมด้วย

 

 

 

 

การดูแลเพิ่มเติมนอกจากนั้นคือ

 

•รีบพบแพทย์/ไปโรงพยาบาล เมื่อมีอาการผิดปกติต่างๆ เช่น เหนื่อยง่าย หอบเหนื่อย ไอเรื้อรัง

•กรณีรักษาอยู่กับแพทย์แล้ว ก็ควรต้องปฏิบัติตามแพทย์ พยาบาล แนะนำ และรีบพบแพทย์/ไปโรงพยาบาลก่อนนัดเสมอ เมื่ออาการที่มีอยู่เลวลง ผิดไปจากเดิม มีอาการใหม่เกิดขึ้น และ/หรือ กังวลในอาการ

 

 

 

 

ป้องกันโรคหน้าแก่อย่างไร?

 

โรคหน้าแก่ในกลุ่มที่เกิดจากการถ่ายทอดทางพันธุกรรม ผู้ป่วยควรรับคำปรึกษาเกี่ยวกับสาเหตุและโอกาสการเกิดโรคของบุตรเมื่อต้องการมีบุตร

 

 

ส่วนในกลุ่มที่สาเหตุไม่ได้เกิดจากพันธุกรรม การป้องกันโรคหน้าแก่คือ การหลีกเลี่ยงปัจจัยที่อาจเป็นสาเหตุที่หลีกเลี่ยงได้ เช่น จากการแพ้ยา โดยกินยาแต่เฉพาะกรณีที่จำเป็น อย่างไรก็ตาม ส่วนใหญ่โรคหน้าแก่ก็ยังเป็นโรคที่ไม่สามารถป้องกันได้ เพราะส่วนใหญ่ยังไม่ทราบสาเหตุ/ปัจจัยเสี่ยง

 

 

 

 

 

 

 

 

cr.haamor.com

http://haamor.com/th