หน้าแรก ความรู้ทั่วไป 10 ความเชื่อผิดๆ!!! ที่ใครหลายคนเชื่อมาตลอด…เกี่ยวกับความงาม

10 ความเชื่อผิดๆ!!! ที่ใครหลายคนเชื่อมาตลอด…เกี่ยวกับความงาม

481
0
แบ่งปัน

ความเชื่อผิดๆ เกี่ยวกับความงาม

 

 

 

1: ไม่ควรเปลี่ยนแบรนด์เครื่องสำอางหรือสกินแคร์บ่อยๆ เพราะจะทำให้ผิวเสียและแพ้ได้ง่าย

 

Fact: ความจริงคือผิวพรรณคนเราก็ไม่ได้ต่างไปจากร่างกายส่วนอื่นๆ คือมีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา และต้องการสารอาหารและการบำรุงที่หลากหลาย ดังนั้น ความเข้าใจที่ว่าควรยึดติดกับผลิตภัณฑ์ที่ใช้อยู่ไปตลอดนั้นอาจเป็นกลไกของการตลาดมากกว่า หากคุณไม่ได้มีสภาพผิวที่บอบบางและแพ้ง่ายมากๆ ก็ไม่จำเป็นจะต้องใช้ผลิตภัณฑ์ใดผลิตภัณฑ์หนึ่งตลอดไป ยกเว้นเสียแต่ว่าคุณจงรักภักดีกับผลิตภัณฑ์ที่คุณใช้เพราะมันช่วยให้ผิวของคุณเนียนเด้งอย่างต่อเนื่อง ชนิดที่ไม่ว่าแบรนด์ไหนก็สู้ไม่ได้นั่นล่ะ

 

 

 

 

 

 

2: ผลิตภัณฑ์สำหรับผู้ชายอย่างโฟมล้างหน้า ครีมบำรุง หรือสครับขัดผิว

 

Fact: จริงๆ แล้วเป็นเพียงกลิ่นและแพคเกจที่แตกต่างไปเพื่อให้คุณผู้ชายรู้สึกดีเวลาใช้เท่านั้น ไม่แตกต่างอะไรไปจากผลิตภัณฑ์สำหรับผู้หญิง Fact: ผิวแต่ละคนย่อมมีสภาพและความต้องการแตกต่างกัน แม้จะเป็นพี่น้องคลานตามกันมาก็เถอะ ยิ่งถ้าเทียบผู้ชายกับผู้หญิงแล้ว ความแตกต่างยิ่งมีให้เห็นอยู่มาก ไม่ว่าจะเป็นน้ำมันบนใบหน้า ที่ผู้ชายส่วนใหญ่มักจะมีปัญหาหน้ามันได้มากกว่าผู้หญิง รูขุมขนกว้างกว่า และมีความหนา (อันนี้พูดถึงความหนาจริงๆ มิได้มีนัยยะใดๆ แอบแฝง) หยาบกร้านมากกว่าผู้หญิงถึง 50 เท่า! สกินแคร์ของผู้ชายจึงมักมีส่วนผสมของแอลกอฮอล์และน้ำหอมมากกว่า ดังนั้น คราวหน้าเวลาจะหยิบครีมของแฟนหนุ่มมาใช้ก็พึงระลึกถึงความจริงข้อนี้ไว้ให้ดี ว่าไปใช้ของเขาบ่อยๆ มีหวังหน้าจะพังไวกว่าเขานะจ้ะ

 

 

 

 

 

 

3: โบราณว่า “ผมหงอกยิ่งถอนก็ยิ่งขึ้น“

 

Fact: ได้ฟังอย่างนี้ คนหัวล้านคงดีใจ เหลือหงอกอยู่นิดหน่อยถอนหมดเลยดูซิเส้นผมมันจะขึ้นมามั้ย – ไม่ขึ้นจ้ะ แต่อาจเป็นผลทางจิตใจมากกว่า นั่นคือเมื่อเราเห็นผมหงอกเส้นแรก ก็มีแนวโน้มที่เราจะสังเกตและมองหาเส้นต่อๆ ไปเพื่อกำจัดออกมากขึ้น พูดง่ายๆ ก็คือผมจะหงอกหรือไม่หงอกก็ไม่ได้ทำให้จำนวนเส้นผมมากน้อยแตกต่างกัน และผมหงอกก็ไม่ใช่ไวรัสที่จะสามารถแพร่กระจายไปได้อย่างรวดเร็วเพียงเพราะการถอน ดังนั้นถ้าเจอผมหงอกคราวหน้าแล้วเกิดอาการคันยิกๆ อยากจะถอนให้สิ้นซากก็จัดการกำจัดมันซะ แต่ถ้าอยากปล่อยไว้เป็นไฮไลท์ด้านหน้าสวยๆ ก็ไม่เป็นไรจ้ะ ไม่ว่ากัน

 

 

 

 

 

 

4: ครีมลดริ้วรอยมีไว้สำหรับสาวสูงวัยเท่านั้น ยังไม่ถึงหลักสี่ก็ไม่ต้องใช้ เพราะไม่งั้นแก่ไปจะใช้ครีมลดริ้วรอยพวกนี้ไม่ได้ผล

 

Fact: น่าแปลกที่หลายๆ คนยังเชื่ออย่างนี้อยู่เยอะ คือกลัวว่าแก่ไปจะไม่มีครีมให้ใช้ แต่ความจริงคือการเริ่มใช้ครีมต่อต้านริ้วรอยตั้งแต่เนิ่นๆ นั้นเป็นการลงทุนเพื่อผิวพรรณที่ดีมาก เพราะจะสามารถช่วยชะลอให้เกิดริ้วรอยได้ช้าลง โดยไม่จำเป็นต้องรอให้ใบหน้าเกิดรอยยับก่อนแล้วค่อยวิ่งโร่หาครีมมาโบ๊ะในภายหลัง เพราะหากเวลาล่วงเลยไปจนถึงบัดนั้น ครีมแพงระยับขนาดไหนก็อาจไม่ทันการณ์ซะแล้ว อีกทั้งธุรกิจในวงการเครื่องสำอางและผลิตภัณฑ์บำรุงผิวนั้นมีการสู้รบแข่งขันกันค่อนข้างดุเดือด มีหรือที่แบรนด์ใหญ่ๆ ทั้งหลายจะยอมปล่อยให้ผู้บริโภคนั่งหน้าเหี่ยวอยู่กับบ้านเพราะไม่มีครีมใช้? จะมีก็แต่ไลน์สกินแคร์ที่แตกย่อยยิบจนเลือกไม่ถูกว่าจะใช้อันไหนก่อนมากกว่า ดังนั้นหมดข้ออ้างแล้วค่ะ ใช้ครีมต่อต้านริ้วรอยซะตั้งแต่วันนี้ก่อนจะมีรอยเท้าจากสัตว์ปีกมาถามหา

 

 

 

 

 

 

5: ผมแตกปลายแก้ได้ด้วยการหมักผม อบไอน้ำ และบำรุงสารพัด

 

Fact: ผมแตกปลายอาจหลีกเลี่ยงและป้องกันได้ด้วยการบำรุงสารพัดอย่างที่ว่า ไม่ว่าจะเป็นการหมักผม อบไอน้ำ ใช้คอนดิชันเนอร์บำรุงอย่างล้ำลึก ฯลฯ แต่สำหรับผมที่แตกปลายไปเรียบร้อยแล้ว ต้องขอแสดงความเสียใจด้วยว่าอันนี้คงจะไม่สามารถเยียวยาได้ วิธีการแก้ไขปัญหาผมแตกปลายที่ได้ผลที่สุดก็คือการตัดหรือการเล็มปลายผมส่วนที่เสียออก แล้วเลี้ยงผมใหม่ ประโคมครีมบำรุงให้เต็มที่เพื่อป้องกันการแตกปลายในอนาคต

 

 

 

 

 

 

6: การล้างหน้าด้วยน้ำเย็นจะช่วยให้รูขุมขนเล็กลง และการล้างหน้าด้วยน้ำอุ่นจะช่วยขยายรูขุมขนทำให้ล้างหน้าได้สะอาดขึ้น

 

Fact: หากรูขุมขนสามารถหุบๆ อ้าๆ ได้อย่างที่ว่าก็คงดี แต่ความจริงคือขนาดของรูขุมขนไม่สามารถเปลี่ยนแปลงได้ แม้แต่สารแอสตริเจนท์ (ซึ่งพบได้บ่อยในผลิตภัณฑ์จำพวก Toner) ที่อาจช่วยให้รูขุมขนดูเล็กลงได้ก็จริง แต่ก็ได้ผลแค่ชั่วคราวเท่านั้น เพราะตัวกำหนดสภาพรูขุมขนนี้ก็คือพันธุกรรม ไม่เกี่ยวกับน้ำเย็นหรือน้ำอุ่นเลยแม้แต่น้อย สิ่งที่คุณสามารถจะทำได้มากที่สุดเพื่อผิวหน้าเรียบเนียนไร้รอยรูขุมขนก็คือการรักษาความสะอาด หมั่นขัดผิวหน้าเบาๆ สัปดาห์ละ 1-2 ครั้ง ก็จะช่วยให้รูขุมขนสะอาดล้ำลึกขึ้น และแลดูมีขนาดเล็กลงกว่าความเป็นจริงได้

 

 

 

 

 

 

7: คนผิวคล้ำควรแต่งหน้าด้วยสีเอิร์ธโทนเท่านั้น

 

Fact: ลองนาโอมิ แคมเบลล์ได้ฟังคนไทยพูดเช่นนี้ ชีคงได้วีนบ้านแตกจนคนพูดคงต้องรีบแทรกแผ่นดินหนี จริงอยู่ที่คนผิวคล้ำเหมาะกับการแต่งหน้าแบบเอิร์ธโทนมากที่สุด ยกตัวอย่างสาวสะโพกดินระเบิดอย่างเจโลที่ชอบการแต่งหน้าแบบโกลว์ๆ มาก แต่ก็ยังมีอีกไม่น้อยที่ชอบสีสดๆ อย่างดีว่าสาวบิยอนเซ่ที่ชอบหยิบลิปสติกสีบานเย็นมาทาเดินพรมแดงได้อย่างมาดมั่น ริฮานน่าที่ไม่เคยพลาดเทรนด์สีเจ็บๆ ไม่ว่าจะเสื้อผ้าหรือเมคอัพ ฯลฯ สาวๆ เหล่านี้คือตัวแทนความงามที่ยอดเยี่ยมสำหรับสาวผิวคล้ำทั้งหลายว่า อย่าได้ยึดติดอยู่กับกฎคร่ำครึน่าเบื่ออีกต่อไป สีสวยๆ ในโลกนี้มีอยู่เป็นหมื่นเป็นแสน หากวันไหนอยากจะลุกขึ้นมาทาปากแดงๆ บ้างจะไม่มีสีแดงเฉดใดที่เหมาะกับฉันเชียวหรือ? ชมพูมีอยู่หลายชมพู แดงมีอยู่หลายแดง ม่วงมีอยู่หลายม่วง อยู่ที่ว่าคุณจะหาเฉดสีที่ใช่เจอหรือเปล่าแค่นั้นล่ะ

 

 

 

 

 

 

8: การตัดขนตาจะช่วยให้ขนตายาวขึ้น

 

Fact: งั้นลองมองกลับกันว่าถ้าหากเล็มขนแขนออก คุณว่าขนแขนจะยาวขึ้นหรือไม่? แม้หลายคนจะเชื่อว่าการเล็มขนตาเป็นวิธีที่ได้ผล แต่จริงๆ แล้วอาจเป็นเรื่องทางจิตใจมากกว่า เพราะคุณอาจจะสังเกตเห็นความเปลี่ยนแปลงได้ค่อนข้างชัดหลังจากที่เล็มขนตาไปซะสั้นกุดขนาดนั้น แม้หลายคนจะเถียงหัวชนฝาขากำแพงว่าได้ผลจริงๆ ก็ตาม แต่ส่วนใหญ่ที่ได้ผลนั้นก็ล้วนแล้วแต่เป็นผลงานจากคุณพ่อคุณแม่ที่จัดการเล็มให้ตั้งแต่อ้อนแต่ออกแล้ว หากโตเต็มตัวซัก 15 หยกๆ 16 หย่อนๆ เห็นทีคงจะไม่ได้ผล หนำซ้ำขนตาอาจจะไม่งอกยาวขึ้นอีกเลยก็เป็นได้ เพราะขนตาเป็นเส้นขนที่ต้องใช้เวลาในการงอกค่อนข้างมาก ดังนั้น ถ้าหากว่าอยากจะให้ขนตายาวขึ้นจริงๆ แนะนำว่าการใช้เอสเซนส์บำรุงขนตาอย่าง Lash Extender หรือ Lipocils Eyelash Conditioning Gel จาก Talika ย่อมเป็นวิธีที่ดีกว่า เพื่อขนตาที่หนา ยาว และแข็งแรง ไม่หลุดร่วงง่ายได้อีกด้วย หรือจะเป็นน้ำมันละหุ่งที่หาซื้อได้ตามร้านขายยาทั่วไป รับรองว่าได้ผลและไม่เป็นอันตรายใดๆ แน่นอนค่ะ

 

 

 

 

 

 

9: นอนตะแคงทำให้หน้าแก่เร็วและมีริ้วรอยได้ง่าย

 

Fact: เป็นที่รู้กันอย่างแพร่หลายว่าการนอนตะแคงและนอนคว่ำนั้นเป็นท่าทางการนอนที่ไม่ดีต่อสุขภาพและความงามเอาเสียเลย เพราะน้ำหนักที่กดทับลงบนผิวหน้าอาจทำให้ผิวเกิดริ้วรอยได้ง่าย หายใจไม่สะดวก และมีผลต่อกระดูกสันหลังและหมอนรองกระดูกอีกด้วย แต่ท่าทางการนอนอาจเป็นเรื่องที่หลีกเลี่ยงได้ยาก เพราะเราอาจไม่สามารถควบคุมการเคลื่อนไหวของร่างกายขณะหลับได้ ดังนั้นวิธีที่ดีที่สุดสำหรับการป้องกันริ้วรอยบนใบหน้าขณะหลับก็คือการทำความสะอาดและหมั่นทาครีมบำรุงชนิดเข้มข้นก่อนเข้านอนเสมอ เพราะถึงการแสดงอารมณ์บนใบหน้าและการนอนในท่าที่ไม่เหมาะสมจะมีส่วนทำให้เกิดปัญหาหน้าไปก่อนวัยก็ตาม แต่ก็คงไม่แย่เท่าการขาดการเอาใจใส่และดูแลผิวอย่างเต็มที่ซึ่งเป็นสาเหตุหลักของปัญหาหน้าเหี่ยวหรอก จริงมั้ย?

 

 

 

 

 

 

10: แปรงผมบ่อยๆ วันละ 100 ครั้งจะช่วยให้ผมยาวเร็วขึ้น

 

Fact: ไม่จริงอย่างแรง! แม้การหวีผมอาจช่วยให้กำจัดฝุ่นละอองบนเส้นผม จัดแต่งทรงให้ดูดี และกระตุ้นการหมุนเวียนโลหิตบนหนังศีรษะได้ แต่การแปรงผมวันละ 100 ครั้งไม่ได้เป็นประโยชน์อะไรต่อเส้นผมมากไปกว่าช่วยเพิ่มไฟฟ้าสถิตย์ให้ผมแลดูพองฟูโดยมิต้องพึ่งช่างผมหน้าบ้าน กลับกันผมอาจมีความเปราะบางและหลุดร่วงได้ง่ายขึ้น เวลาเลือกซื้อแปรงจึงควรเลือกแบบที่มีซี่ห่างๆ และปุ่มยางนวดศีรษะเพื่อป้องกันไม่ให้ผมขาดง่าย หากต้องการให้ผมยาวไวๆ การทานอาหารที่อุดมไปด้วยโปรตีนอย่าง นมถั่วเหลือง ไข่ไก่ เนื้อสัตว์ ฯลฯ และบำรุงอย่างล้ำลึกด้วยวิตามินแคปซูลก็จะช่วยให้เส้นผมยาวได้เร็วขึ้นและมีสุขภาพดีขึ้นได้ค่ะ”

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ข้อมูลจาก sanook.com