หน้าแรก ครอบครัว “โรคภูมิแพ้น้ำอสุจิ” มีอยู่จริงนะ

“โรคภูมิแพ้น้ำอสุจิ” มีอยู่จริงนะ

26741
0
แบ่งปัน

เซ็กซ์ถือเป็นปัจจัยของการใช้ชีวิตคู่ให้ยืนยาวและแฮปปี้ เป็นจุดเริ่มต้นของการกำเนิดของทุกคน รวมถึงเป็นกิจกรรมที่ช่วยสร้างความสุขและผ่อนคลายความเครียดให้กับหลายๆ คน

 

 

จึงเป็นเรื่องที่น่าเห็นใจยิ่งนัก เมื่อโลกนี้มีผู้คนจำนวนไม่น้อยเป็นโรคภูมิแพ้น้ำอสุจิ! อ่านไม่ผิดหรอกค่ะ โรคสุดแปลกนี้มีอยู่จริง!!

 

“โรคภูมิแพ้น้ำอสุจิ”

หรือ POIS (Post -Orgasmic Illness Syndrome) คือ บางครั้งอาจเรียกอาการแพ้ตัวอสุจิ หรืออาการไวต่อพลาสมาหรือน้ำเหลืองของน้ำอสุจิ ซึ่งเป็นปฏิกิริยาแพ้ต่อโปรตีนในน้ำอสุจิของผู้ชาย โดยมีอาการแพ้โปรตีนที่มีอยู่ในน้ำอสุจิหลังจากที่มีเพศสัมพันธ์ประมาณ 30 นาที ในผู้หญิงนั้นเกิดจากการที่ช่องคลอดกับโปรตีนที่ออกมาจากน้ำเชื้ออสุจิของผู้ชายมีการต่อต้านกัน

 

 

โรคนี้นั้นมีบันทึกไว้ตั้งแต่ปี 2002โดยนักวิจัยชาวดัตช์เริ่มจากผู้ชายหลายคนแพ้ของน้ำอสุจิตัวเอง โรคแพ้อสุจิที่ว่านี้มักพบได้ในผู้หญิงที่เป็นภูมิแพ้อยู่แล้ว อาการอาจจะไม่ได้อยู่ภายในช่องคลอด หรือก็คือเกิดได้ทุกแห่งซึ่งได้สัมผัสกับน้ำอสุจิ อาการอาจเกิดสุดท้ายสองถึงสามชั่วโมงหรือสองถึงสามวันโดยปัจจุบันสามารถพบผู้หญิงที่มีอาการแพ้น้ำอสุจิได้มากอยู่ ประมาณ 20,000-40,000 คนในสหรัฐอเมริกา

 

 

อาการของโรคภูมิแพ้น้ำอสุจิในผู้ป่วยเพศชาย ได้แก่ปวดเมื่อยร่างกายหลังจากมีเพศสัมพันธ์หรือจากการช่วยตัวเอง, อุณหภูมิร่างกายสูงคล้ายจะเป็นไข้หวัด, มีน้ำมูกไหล, รู้สึกคัดจมูก, แสบตาซึ่งนอกจากผู้ป่วยชายจะแพ้น้ำอสุจิของตัวเองแล้ว ยังแพ้น้ำอสุจิของผู้อื่นด้วยทั้งนี้ อาการแพ้อสุจิในผู้ชายนั้นพบได้น้อยมาก

 

 

อาการของโรคภูมิแพ้น้ำอสุจิในผู้ป่วยเพศหญิง ได้แก่ หลังจากมีเพศสัมพันธ์จะมีอาการแสบคันบริเวณช่องคลอด, มีผื่นแดงที่ผิวหนังบริเวณที่โดนน้ำอสุจิ, บริเวณที่เป็นแผลจะบวมพอง, รู้สึกคลื่นไส้ อาเจียนบางรายอาจรู้สึกปวดแสบปวดร้อน รวมถึงบางรายอาจส่งผลต่อระบบหายใจ ทำให้หายใจติดขัดความดันโลหิตต่ำ และอาจจะเสียชีวิตได้

 

 

การรักษาโรคภูมิแพ้อสุจินั้นสามารถทำได้ง่ายๆ สวมถุงยางทุกครั้งที่เพศสัมพันธ์ เพื่อเป็นการป้องกันการสัมผัสกับน้ำอสุจิโดยตรง สามารถป้องกันการเกิดอาการแพ้ได้ทั้งผู้ชายและผู้หญิง เพื่อป้องกันอาการเจ็บป่วยที่ไม่พึงประสงค์ทั้งหลาย หากสงสัยว่าตนเป็นโรคภูมิแพ้น้ำอสุจิให้ไปพบแพทย์เพื่อทำการตรวจวินิจฉัยและรักษากันต่อไป เพราะอาจไม่ได้เป็นโรคนี้แต่เป็นเรื่องความสะอาด หรืออาการแพ้ถุงยางอนามัย

 

 

อย่าเพิ่งนอยด์นะคะ เพราะแม้สาวๆ จะป่วยเป็นโรคนี้ ก็ไม่ได้หมายความว่าจะมีลูกไม่ได้ เพราะคุณแพ้แค่น้ำอสุจิ ไม่ได้แพ้สเปิร์ม ฉะนั้นยังสามารถมีเจ้าตัวเล็กได้ค่ะ

 

 

 

 

ขอบคุณข้อมูลจาก Health and Trend

ภาพจากอินเตอร์เน็ต