หน้าแรก ความรู้ทั่วไป กล้วย สรรพคุณอันน่าทึ่ง!! ที่ใครหลายคนอาจไม่เคยรู้มาก่อน

กล้วย สรรพคุณอันน่าทึ่ง!! ที่ใครหลายคนอาจไม่เคยรู้มาก่อน

306
0
แบ่งปัน

 

ถ้าพูดถึงเรื่องประโยชน์แล้วมีงานวิจัยชิ้นหนึ่งระบุชัดเจนว่าการรับประทานกล้วยแค่ 2 ลูกจะช่วยเพิ่มพลังงานในร่างกายได้เทียบเท่ากับการออกกำลังกายถึง 90 นาทีเลยทีเดียว ! เพราะกล้วยอุดมไปด้วยน้ำตาลจากธรรมชาติรวมถึง 3 ชนิดเลย นั่นก็คือ ซูโครส กลูโคส และฟรุกโทส ซึ่งช่วยเพิ่มพลังงานให้แก่ร่างกายนั่นเอง

 

 

นอกจากนี้แล้วในกล้วยยังอุดมไปด้วยเส้นใยและกากอาหาร และยังมีวิตามินและแร่ธาตุนานาชนิดที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย เช่น ธาตุเหล็ก ธาตุฟอสฟอรัส ธาตุโพแทสเซียม ธาตุแมกนีเซียม คาร์โบไฮเดรต โปรตีน วิตามินเอ วิตามินบี 6 วิตามินบี 12 และวิตามินซี เป็นต้น

 

 

คุณรู้หรือไม่ ผลไม้อย่างแอปเปิลที่ขึ้นชื่อเรื่องความมีประโยชน์ก็ยังแพ้กล้วย เพราะว่าในกล้วยนั้นมีวิตามินและแร่ธาตุต่าง ๆ มากกว่าแอปเปิลถึง 2 เท่า โดยมีคาร์โบไฮเดรตมากกว่า 2 เท่า มีฟอสฟอรัสมากกว่า 3 เท่า มีโปรตีนมากกว่า 4 เท่า วิตามินเอและธาตุเหล็กมากกว่า 5 เท่าด้วยกัน !

 

 

 

โดยการกินกล้วยจะให้ผลดีที่สุดคือกินตอนเช้า เพราะจะช่วยให้ระบบต่าง ๆ ในร่างกายทำงานได้ดี และการกินกล้วยทุกวัน วันละ 2 ผลถือเป็นสิ่งที่ดีและวิเศษมาก ๆ จะกล้วยหอม กล้วยไข่ กล้วยน้ำว้าก็ได้ทั้งนั้น

 

 

 

 

ประโยชน์ของการกินกล้วย

ช่วยลดกลิ่นปากได้ดีในระดับหนึ่ง แต่ทั้งนี้ควรรับประทานหลังตื่นนอนตอนเช้าทันทีแล้วค่อยแปรงฟัน และถ้าเป็นกล้วยน้ำว้าจะยิ่งช่วยลดกลิ่นปากได้ดีขึ้น

 

 

 

 

กล้วยช่วยควบคุมอุณหภูมิในร่างกายให้เป็นปกติ

กล้วยอุดมไปด้วยวิตามินและแร่ธาตุต่าง ๆ ที่สำคัญและจำเป็นต่อร่างกาย เช่น ธาตุเหล็ก ฟอสฟอรัส โพแทสเซียม แมกนีเซียม คาร์โบไฮเดรต โปรตีน วิตามินเอ วิตามินบี 6 วิตามินบี 12 และวิตามินซี

ช่วยเพิ่มพลังให้แก่สมองของคุณ เพราะมีสารที่ช่วยทำให้มีเกิดสมาธิและมีการตื่นตัวตลอดเวลา

กล้วยก็มีสารต่อต้านอนุมูลอิสระเหมือนกันนะ ที่ช่วยในการชะลอความแก่ตัวของร่างกายนั่นเอง

 

 

 

กล้วยมีส่วนช่วยในการลดความอ้วนได้ เพราะช่วยปรับระดับน้ำตาลในเลือด ช่วยให้ลดอาการอยากกินของจุกจิกลงได้พอสมควร

 

 

สำหรับผู้ที่มีอาการนอนไม่หลับ กล้วยคือคำตอบสำหรับคุณ

 

 

 

ช่วยลดอาการเมาค้างได้ดีระดับหนึ่ง เพราะจะช่วยชดเชยน้ำตาลที่ร่างกายขาดไปในขณะดื่มแอลกอฮอล์

 

 

อาการหงุดหงิดยามเช้า กล้วยก็ช่วยคุณได้เหมือนกัน

 

 

ช่วยลดอาการหงุดหงิดของผู้หญิงในช่วงประจำเดือนมา

 

 

เป็นตัวช่วยสำหรับผู้ที่ต้องการเลิกสูบบุหรี่ เพราะในกล้วยมีวิตามินเอ ซี บี 6 บี 12 โพรแทสเซียม และแมกนีเซียมที่ช่วยให้ร่างกายฟื้นตัวได้เร็วขึ้นจากการเลิกนิโคติน

 

 

ช่วยรักษาอาการท้องผูก เพราะกล้วยมีเส้นใยและกากอาหารซึ่งจะช่วยให้ขับถ่ายได้อย่างปกติ

 

 

 

 

ช่วยบรรเทาอาการของริดสีดวงทวารหรือในขณะขับถ่ายจะมีเลือดออกมา

ช่วยลดอาการเสียดท้อง ลดกรดในกระเพาะ การกินกล้วยจะทำให้คุณรู้สึกผ่อนคลายจากอาการนี้ได้

ช่วยรักษาโรคโลหิตจางได้ เพราะในกล้วยมีธาตุเหล็กสูง ซึ่งจะช่วยในการผลิตฮีโมโกลบินในเลือด เพื่อรักษาภาวะโลหิตจางหรือผู้ที่อยู่ในสภาวะขาดกำลัง

ช่วยรักษาโรคความดันโลหิตสูงหรือเส้นเลือดฝอยแตกได้

 

 

 

ช่วยลดโอกาสเสี่ยงของการเกิดเส้นโลหิตแตกได้

สำหรับผู้ที่เป็นโรคกระเพาะหรือกระเพาะอักเสบ การรับประทานกล้วยบ่อย ๆ ถือเป็นสิ่งที่ดีมาก เพราะกล้วยมีสภาพเป็นกลาง มีความนิ่มและเส้นใยสูง

ช่วยรักษาแผลในลำไส้เรื้อรัง เพราะกล้วยมีสภาพเป็นกลาง ทำให้ไม่เกิดการระคายเคืองในผนังลำไส้และกระเพาะอาหารด้วย

 

 

 

 

ช่วยรักษาโรคซึมเศร้า ภาวะความเครียด เพราะกล้วยมีโปรตีนชนิดหนึ่งที่เรียกว่า Tryptophan ซึ่งช่วยในการผลิตสาร Serotonin หรือฮอร์โมนแห่งความสุข จึงมีส่วนช่วยในการผ่อนคลายอารมณ์ได้ดียิ่งขึ้น

ช่วยลดอัตราการเกิดตะคริวบริเวณมือ เท้า และน่องได้

ช่วยบรรเทาอาการแพ้ท้องของมารดาลงได้

กล้วยมีสรรพคุณช่วยบรรเทาอาการนิ่วในไตได้ในระดับหนึ่ง

 

 

 

 

 

ประโยชน์ของกล้วย

กล้วยก็สามารถนำมาทำเป็นมาส์กหน้าได้เหมือนกันนะ

โดยจะช่วยเพิ่มความชุ่มชื่นให้แก่ผิว ช่วยลดความหยาบกร้านของผิว

 

 

 

วิธีง่ายๆ

-กล้วยสุกหนึ่งผลมาบดให้ละเอียด

-เติมน้ำผึ้ง 2 ช้อนโต๊ะ

จากนั้นคลุกให้เข้ากัน แล้วนำมาพอกหน้าทิ้งไว้ประมาณ 15 นาทีแล้วล้างออก

 

 

 

☆เปลือกกล้วยสามารถแก้ผื่นคันที่เกิดจากยุงกัดได้ ด้วยการลองใช้ด้านในของเปลือกกล้วยทาบริเวณที่ถูกยุงกัด อาการคันจะลดลงไปได้ระดับหนึ่ง

 

☆เปลือกด้านในของกล้วยช่วยในการรักษาโรคหูดบนผิวหนังได้ โดยใช้เปลือกกล้วยวางบนลงบริเวณหูดแล้วใช้เทปกาวแปะไว้

 

☆เปลือกกล้วยด้านในช่วยฆ่าเชื้อที่เกิดจากบาดแผลได้เหมือนกัน แต่อย่างไรก็ตามเมื่อแปะที่บาดแผลแล้วก็ควรจะเปลี่ยนเปลือกใหม่ทุก ๆ 2 ชั่วโมงด้วย

 

☆ยางกล้วยสามารถนำมาใช้ในการห้ามเลือดได้

 

☆ก้านใบตอง ช่วยลดอาการบวมของฝี แต่ก่อนใช้ต้องตำให้แหลกเสียก่อน

ใบอ่อนของกล้วย หากนำไปอังไฟให้นิ่ม ก็ใช้ประคบแก้อาหารเคล็ดขัดยอกได้

 

☆หัวปลีนำมารับประทานเพื่อช่วยลดระดับน้ำตาลในเลือด รวมทั้งบำรุงและขับน้ำนมสำหรับมารดาหลังคลอดบุตร

ผลดิบนำมาบดให้ละเอียดทั้งลูกผสมกับน้ำสะอาด รับประทานเพื่อแก้อาการท้องเสีย

 

☆ใบตอง อีกส่วนที่นำมาใช้ประโยชน์กันอย่างมาก เช่น ทำกระทง ห่อขนม ห่ออาหาร ทำบายศรี บวงสรวงต่าง ๆ

คุณค่าทางโภชนาการของกล้วย ต่อ 100 กรัม

 

 

 

ประโยชน์ของกล้วยพลังงาน 89 กิโลแคลอรี

คาร์โบไฮเดรต 22.84 กรัม

น้ำตาล 12.23 กรัม

เส้นใย 2.6 กรัม

ไขมัน 0.33 กรัม

โปรตีน 1.09 กรัม

วิตามินบี 1 0.031 มิลลิกรัม 3%

วิตามินบี 2 0.073 มิลลิกรัม 6%

วิตามินบี 3 0.665 มิลลิกรัม 4%

วิตามินบี 5 0.334 มิลลิกรัม 7%

วิตามินบี 6 0.4 มิลลิกรัม 31%

วิตามินบี 9 20 ไมโครกรัม 5%

 

 

 

โคลีน 9.8 มิลลิกรัม 2

วิตามินซี 8.7 มิลลิกรัม 10%

กล้วยธาตุเหล็ก 0.26 มิลลิกรัม 2%

ธาตุแมกนีเซียม 27 มิลลิกรัม 8%

ธาตุแมงกานีส 0.27 มิลลิกรัม 13%

ธาตุฟอสฟอรัส 22 มิลลิกรัม 3%

โพแทสเซียม 358 มิลลิกรัม 8%

 

 

 

ธาตุโซเดียม 1 มิลลิกรัม 0%

ธาตุสังกะสี 0.15 มิลลิกรัม 2%

ธาตุฟลูออไรด์ 2.2 ไมโครกรัม

% ร้อยละของปริมาณแนะนำที่ร่างกายต้องการในแต่ละวันสำหรับผู้ใหญ่ 

 

 

 

 

 

 

ภาพประกอบบทความจากอินเตอร์เน็ต

แหล่งอ้างอิง : วิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี (EN), USDA Nutrient database

แหล่งที่มาข้อมูลโดยเว็บไซต์เมดไทย (MedThai)