หน้าแรก ความรัก เผย ข้อเท็จจริง ทำไม ‘รักแท้’ แพ้ ‘มือที่สาม’

เผย ข้อเท็จจริง ทำไม ‘รักแท้’ แพ้ ‘มือที่สาม’

1410
0
แบ่งปัน

 

เผย ข้อเท็จจริง ทำไม ‘รักแท้’ แพ้ ‘มือที่สาม’

มันเป็นเรื่องธรรมดาที่ใครก็อยากเป็นเบอร์หนึ่งของแฟน แต่สิ่งที่ทุกคนมักจะลืมไปก็คือ ในโลกนี้ไม่มีอะไรแน่นอน เบอร์หนึ่งที่เรามั่นใจว่าเป็นของเรามาตลอด สักวันหนึ่งเราก็อาจตกอันดับไปเลยก็ได้ ด้วยหลายปัจจัย หลายสาเหตุ

 

 

 

สถานการณ์มือที่สามเข้ามาแทรกกลาง เป็นปัญหายอดฮิตที่ใครก็รู้สึกรังเกียจ ไม่อยากให้เกิดขึ้น แต่ถ้ามาคิดดูให้ดีแล้ว จะโทษว่าแฟนเรารู้เห็นเป็นใจกับมือที่สามก็ไม่ใช่ เราเองก็มีส่วนผิดอยู่บ้าง และบางทีมือที่สามก็อาจไม่ใช่คนที่ผิดเต็มประตูอย่างที่คิดเสมอไป

 

 

 

 

อะไรบ้างที่ทำให้รักที่เราคิดว่ามั่นคงมาตลอด ต้องมีอันจบเพราะอีกคนเดินเข้ามา ลองมาหาคำตอบอย่างรอบด้านกัน

 

 

 

เรานิสัยไม่ดีเอง แต่เขาไม่กล้าบอกเราตรงๆ

อาจจะเป็นเพราะที่ผ่านมาเราไม่เคยฟังเหตุผลของเขาเลยสักครั้ง เขาจึงต้องยอมเราตลอด พอวันหนึ่งไปถูกชะตากับอีกคนเข้า เขาก็เลยสานสัมพันธ์กันเงียบๆ และให้เรามารู้เองในทีหลัง ในกรณีนี้เขาก็ผิดที่ไม่กล้าเปิดอกพูดจนต้องกลายเป็นคนหลอกลวง ทรยศหักหลัง แต่เราเองก็ต้องยอมรับผิดด้วยว่าที่ผ่านมาเอาแต่ใจเกินไป ไม่ให้สิทธิ์ ไม่เคารพในเสียงของเขาแม้แต่น้อย

 

 

 

 

 

 

รักเรากำลังแย่ และอีกคนก็มีหลายอย่างดีกว่าเห็นๆ


ทุกคู่จะมีช่วงเวลาที่เรียกว่า ‘ จุดอิ่มตัว ‘ นั่นก็คือ ช่วงที่เรียนรู้กันมาแทบทุกเรื่องแบบล้วงลึกจนไม่รู้จะค้นหาอะไรต่อแล้ว ถ้าโชคดีก็จะถือว่าจุดนี้เป็น comfort zone สบายๆ อยู่ด้วยกันไปนานๆ ราบรื่นกว่าเดิมมากขึ้น ( ประมาณว่าหาจุดสมดุลของชีวิตคู่ได้พอดีละ ) ถ้าโชคร้ายก็อาจมีความรู้สึกเบื่อเข้ามาเรื่อยๆ หนักข้อขึ้นก็กลายเป็นว่าชวนทะเลาะ เพราะเห็นธาตุแท้ในด้านแย่ๆ ของแต่ละคนออกมาหมดแล้ว

 

 

 

 

ในช่วงจังหวะที่กำลังแย่นี่แหละ ถ้าฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งบังเอิญไปเจอคนที่ดีกว่า ก็เป็นไปได้ว่าจะเริ่มโอนอ่อนไปทางคนที่กำลังเข้ามาใหม่ ถ้ายังอยากจะคบกันอยู่ จงพยายามปรับตัว คุยกันให้มากขึ้น เปิดอกกันให้เคลียร์ไปเลยว่าตรงไหนที่บกพร่องแล้วจะช่วยกันแก้ไข แต่ถ้ารู้สึกไม่ไหว รู้สึกว่าสู้คนใหม่ไม่ได้ โอกาสที่จะแพ้ให้มือที่สามก็สูงมากขึ้น ( เหลือแค่คนของเราใจอ่อนให้มากๆ ล่ะก็ … ลงล็อคพอดี จบเกม ก็ในเมื่อคนใหม่เป็นตัวเปรียบเทียบให้เห็นทางเลือกที่ดีกว่า แล้วคนเก่าทำตัวงี่เง่าอยู่เรื่อยๆ ไม่รู้จักปรับตัว เป็นใครก็ต้องเลือกคนใหม่อย่างไม่ลังเล )

 

 

 

 

เขาคบเราเพื่อผลประโยชน์ส่วนตัวตั้งแต่แรก

ในกรณีนี้มือที่สามเป็นผู้โชคร้าย เพราะนอกจากจะเป็นข้ออ้างที่เขาสรรหามาใช้สำหรับการเลิกกัน เธอยังเป็นเหยื่อรายต่อไปจากเราด้วย !

ที่ผ่านมาเขาพยายามจีบเรา คบเราก็เพื่อหลอกใช้สารพัดอย่าง เรียกผลประโยชน์จากความรัก ความหลงของเรา พอรู้ตัวว่าเรากำลังจะรู้ทัน หรือเริ่มอิ่มแล้ว ก็หาทางเขี่ยเราทิ้ง ซึ่งวิธีที่ไวที่สุดก็คือการไปมีคนอื่น เพื่อจะได้จบความสัมพันธ์ได้ไวขึ้น ไม่รู้สึกผิด ( โทษเราว่าบกพร่องเอง ให้ไม่พอที่เขาต้องการ หรือไม่ก็โทษคนใหม่ว่ามายั่วเอง แต่ไม่ยักกะโทษตัวเองเลย )

 

 

 

 

เขาศึกษาเราจนหมดทุกอย่างแล้ว เพิ่งรู้ว่าเรายัง ‘ ไม่ใช่ ‘ สำหรับเขา

ถ้าเปรียบความรักเป็นหนังสือ เราคงเป็นหนังสือเล่มหนึ่งที่เขาอ่านจบแล้วไม่อยากอ่านซ้ำ ใช่ว่าเราจะไม่ดีเลย แต่มันเป็นเพราะเขาเรียนรู้ไปกับเราแล้วยังไม่รู้สึกว่า เราตอบโจทย์ ‘ ใช่ ‘ สำหรับเขาต่างหาก พอคนใหม่เข้ามาบังเอิญว่าคลิกกันพอดี อันนี้ก็โทษกันไม่ได้

 

 

 

ในกรณีนี้ส่วนใหญ่มักจะจบลงด้วยดี ( ดีที่สุดในบรรดาเคสมือที่สามทั้งหมดด้วย ) เจรจากันรู้เรื่อง เปิดอกกันไปเลยว่าเป็นเพราะอะไร ยังไง เรารู้สึกผิดหวัง เสียใจได้ แต่ไม่ควรจะแค้นเคืองเขาและคนที่เข้ามาใหม่ ควรภาวนาให้เขาและเธอคบกันนานๆ จะโอเคกว่า ( การสาปแช่งไม่ได้ประโยชน์อะไรหรอก ทุกข์ใจเราเปล่าๆ )

 

 

 

คติของกรณีนี้ก็คือ : เราเกิดมาเพื่อเจอกัน รักกัน แต่ไม่ได้เกิดมาเพื่อคู่กัน
ในกรณีนี้ถือว่ามือที่สามแกร่งมากกก ที่สามารถยุแหย่ให้เรากับแฟนเลิกกันได้สำเร็จ จะโทษว่ามือที่สามเลวฝ่ายเดียวก็ไม่ได้ ต้องโทษที่เราทั้งคู่ด้วยที่อ่อนแอพร้อมกัน ถ้าคนหนึ่งอ่อนแอ แต่อีกคนสามารถเข้มแข็งได้ มันก็ยังพอลุ้นอยู่หรอก แต่นี่ฝ่ายหนึ่งใจร้อน อีกฝ่ายหูเบา คนนึงใจอ่อนเกินไป อีกคนยอมแพ้ไม่อยากสู้ รักที่ไม่มีน้ำหนักอย่างนี้ ก็ต้องยอมรับชะตากรรมหลุดลอยไป

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ถ้าความรักมันทำให้รู้สึกแย่ เรามีทางเลือกแค่ไม่กี่อย่าง
ระหว่างจับมือสู้ไปด้วยกัน หรือยอมแพ้ จากลากันด้วยดี
และบางทีการปล่อยมือกัน หลังจากที่เรียนรู้การจับมือกันมานาน
ก็อาจเป็นวิธีที่ดีที่สุดที่ควรทำตั้งแต่แรกแล้ว
เราควรไปเจอคนที่เหมาะสม และเขาก็ควรมีสิทธิ์ไปเจอคนที่เหมาะกว่าเราเช่นกัน

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ขอบคุณแหล่งที่มาจาก : sistacafe.com
ภาพประกอบบทความจากอินเตอร์เน็ต