หน้าแรก บทความซึ้งๆ ความรู้สึกที่อัดแน่นมาเป็นเวลาสิบกว่าปี แม่โกหกผมมา 15 ปี

ความรู้สึกที่อัดแน่นมาเป็นเวลาสิบกว่าปี แม่โกหกผมมา 15 ปี

439
0
แบ่งปัน

แม่โกหกผมมา 15 ปี

ในงานประชุมผู้ปกครองแผนกปฐมวัย คุณครูพูดกับเธอว่า
“ลูกชายของคุณเหมือนกับจะเป็นเด็กสมาธิสั้นนะคะ น้องนั่งนิ่งๆแม้จะสัก 3 นาทีก็ไม่ได้ ดิฉันแนะนำคุณแม่พาน้องไปพบแพทย์ก็ดีนะคะ”

 

 

 

 

 

ตอนกลับบ้าน

ลูกชายพยายามถามคุณแม่ว่า คุณครูพูดอะไรกับคุณแม่บ้าง? เธอรู้สึกมีก้อนอะไรสักอย่างจุกอยู่กลางอก ต้องพยายามกลั้นน้ำตาไม่ให้ไหล
เด็กในแผนกปฐมวัยจำนวน 30 คน มีเพียงลูกชายของเธอเท่านั้นที่พัฒนาการช้ากว่าใคร และดูเหมือนคุณครูจะดูแคลนอยู่เนืองๆ

 

 

 

 

เธอพูดกับลูกชายตัวน้อยว่า

“คุณครูชมหนูใหญ่เลย คุณครูบอกแม่ว่า ตอนที่หนูมาเรียนใหม่ๆ นั่งเรียนได้ไม่ถึงนาที แต่ตอนนี้หนูนั่งได้ตั้ง 3 นาที คุณแม่คนอื่นๆอิจฉาแม่ใหญ่เลย เพราะมีแต่หนูเท่านั้น ที่เก่งกว่าคนอื่นๆ ”
ตกเย็นวันนั้น ลูกชายของเธอทานข้าวได้สองชามใหญ่ๆ และไม่ต้องให้เธอป้อนเหมือนที่ผ่านมา

 

 

 

 

ตอนที่ลูกชายของเธอเรียนในชั้นประถม ในงานประชุมผู้ปกครองครั้งหนึ่ง คุณครูพูดว่า
“ตอนสอบวิชาคณิตศาสตร์ ลูกชายของคุณสอบได้ที่ 40 ในจำนวนนักเรียน 50 คน พวกเราคิดว่าลูกของคุณจะมีปัญหาเกี่ยวกับสมองนะคะ คุณแม่ลองพาน้องไปเช็คดูหน่อยนะคะ”

 

 

 

 

ตอนนั่งรถกลับบ้าน เธอร้องไห้ไปตลอดทาง แต่เมื่อกลับถึงบ้าน เธอกลับพูดกับลูกชายที่นั่งอยู่เก้าอี้ว่า
“คุณครูเชื่อมั่นในตัวลูกมากนะ คุณครูบอกว่าแม้ลูกไม่ได้เรียนเก่งมากนัก แต่หากตั้งใจเรียน ลูกก็ย่อมสอบได้ลำดับที่ดีกว่าเพื่อนร่วมโต๊ะ เพราะเพื่อนของลูกสอบได้ลำดับที่ 21 ”

 

 

 

 

ในตอนที่เธอพูดกับลูกชายนั้น เธอสังเกตสายตาของลูกชายเป็นประกายอยู่แวบหนึ่งแล้วก็ฉายแวววิตกออกมาให้เห็น เธอรู้สึกประหลาดใจ เหมือนลูกชายของเธอจะโตเป็นผู้ใหญ่มากขึ้น เพราะวันรุ่งขึ้น ลูกชายของเธอตื่นเช้าเป็นพิเศษและก็ไปโรงเรียนเร็วกว่าที่ผ่านมา

 

 

 

 

ในงานประชุมผู้ปกครองระดับมัธยมต้น เธอนั่งอยู่ที่โต๊ะของลูกชายรอฟังอาจารย์ขานชื่อของลูกชาย เพราะทุกครั้งที่มาประชุมผู้ปกครอง ลูกชายของเธอมีรายชื่อติดอยู่ในจำนวนนักเรียนเรียนอ่อนเสมอ แต่คราวนี้ไม่เหมือนทุกครั้ง เธอไม่ได้ยินชื่อของลูกชายเหมือนทุกครั้ง

 

 

 

 

เธอรู้สึกไม่คุ้นเคย จึงรีบเดินไปถามอาจารย์
“ดูจากผลการเรียนของลูกชายคุณ ณ ตอนนี้ ตอนสอบเข้ามัธยมปลายน่ากลัวจะมีปัญหาเหมือนกันนะ ”

เธอรู้สึกเหมือนตัวเบาหวิว ดีใจจนบอกไม่ถูก
เมื่อเดินออกจากประตูโรงเรียน ก็เห็นลูกชายยืนรออยู่ เธอบอกกับลูกชายว่า
“อาจารย์ฝ่ายแนะแนวพอใจในตัวลูกมาก ท่านบอกว่า หากลูกของแม่มีความมุมานะพยายาม สอบเข้ามัธยมปลายไม่น่าจะมีปัญหาอะไร ”

 

 

 

 

หลังจากจบมัธยมปลาย มหาลัยเริ่มส่งจดหมายตอบรับไปยังโรงเรียนที่นักศึกษาสอบผ่าน และวันนี้ ก็มีโทรศัพท์ของโรงเรียนโทรมาให้ลูกชายของเธอไปที่โรงเรียน เธอรู้สึกมั่นใจ ว่าลูกชายต้องสอบเข้ามหาวิทยาลัยชิงฮว๋าต้าเสวียได้แน่ๆ เพราะตอนที่สมัครสอบ เธอได้บอกกับลูกชายว่า
“แม่เชื่อว่าลูกต้องสอบได้ที่นี่แน่ๆ”

 

 

 

 

เมื่อลูกชายของเธอกลับมาจากโรงเรียน ในมือของเขาถือจดหมายตอบรับที่มีตราสัญลักษณ์ของมหาวิทยาลัยชิงฮว๋าต้าเสวียมาด้วย เมื่อลูกชายยื่นจดหมายฉบับนั้นให้เธอ ก็หันหลังเดินเข้าห้องนอนของตัวเอง เธอได้ยินเสียงสะอื้นไห้ของลูกชาย พร้อมกับพูดออกมาว่า
“แม่ครับ ผมรู้ว่าผมไม่ใช่เด็กฉลาด แต่โลกใบนี้ มีแต่แม่เพียงคนเดียวที่ชื่มชมผม”

 

 

 

 

ณ ตอนนี้ ความรู้สึกที่อัดแน่นมาเป็นเวลาสิบกว่าปีของเธอก็ทลายลงมา
น้ำตาหยดแล้วหยดเล่าที่หลังออกมา และหยดลงไปบนจดหมายตอบรับจากมหาวิทยาลัยชิงฮว๋าต้าเสวีย

 

 

ขอมอบแด่…คุณแม่หัวใจแกร่งทั้งหลาย

 

 

 

 

 

 

 

 

ขอบคุณบทความจาก เพจ นุสนธิ์บุคส์
ภาพประกอบจากอินเตอร์เน็ต