หน้าแรก สุขภาพ แพทย์เตือน ดื่มน้ำน้อยเสี่ยง!!.. โรคนิ่วน้ำลาย

แพทย์เตือน ดื่มน้ำน้อยเสี่ยง!!.. โรคนิ่วน้ำลาย

422
0
แบ่งปัน

แพทย์เตือน ดื่มน้ำน้อยเสี่ยง!!.. โรคนิ้วน้ำลายหรือต่อมน้ำลายอุดตัน 

 

 

 

 

 

โรคนิ้วน้ำลายหรือต่อมน้ำลายอุดตัน 

โรคนิ่วน้ำลาย อาจจะเป็นชื่อที่ฟังดูแล้วไม่ค่อยคุ้นหูมากเท่าไรนักสำหรับคนไทย เนื่องจากถ้าพูดถึงนิ่ว หลายคนมักจะนึกถึงนิ่วในถุงน้ำดี นิ่วในท่อปัสสาวะ และนิ่วในไตมากกว่า แต่ถ้าพูดถึงโรคต่อมน้ำลายอุดตัน ก็อาจจะมีบางคนที่รู้จักอยู่บ้าง โรคนิ่วน้ำลาย กำลังคุกคามชีวิตของคนทำงานอยู่บ่อย ๆ โดยเฉพาะผู้ที่ไม่ค่อยชอบดื่มน้ำ เราจึงได้รวบรวมเรื่องราวของนิ่วน้ำลายมาให้ทำความรู้จักกันว่า โรคนี้เกิดจากอะไร และมีความรุนแรงมากน้อยเพียงใด

 

 

 

 

โรคนิ่วน้ำลายหรือต่อมน้ำลายอุดตัน คืออะไร?

การเกิดนิ่วในต่อมน้ำลาย ไม่ได้ต่างจากการเกิดนิ่วในบริเวณอื่น ๆ เลย เพราะก้อนนิ่วนั้นมักจะเกิดจากการสะสมขององค์ประกอบบางอย่างในทางเคมี (กรณีของน้ำลายก็คือ โปรตีนและแคลเซียม) เมื่อเกิดขึ้นแล้ว ก้อนนิ่วนี้จะเข้าไปอุดตันอยู่บริเวณต่อมน้ำลายใต้ขากรรไกร และต่อมน้ำลายบริเวณใต้ลิ้น เมื่อน้ำลายไหลเข้าสู่ช่องปากได้น้อยลงจากการเกิดก้อนนิ่วขึ้นก็จะทำให้เกิดการคั่ง และมีการรวมตัวเป็นนิ่วที่มีขนาดใหญ่ขึ้นกว่าเดิม

 

 

 

 

อาการของโรคนิ่วน้ำลายหรือต่อมน้ำลายอุดตัน

เมื่อเป็นโรคนิ่วน้ำลาย หรือต่อมน้ำลายอุดตัน ผู้ป่วยจะมีอาการบวมบริเวณใต้คาง บางคนอาจจะเป็นเพียงข้างใดข้างหนึ่ง แต่บางคนอาจจะเป็นทั้งสองข้าง อาจมีอาการปวดหรือไม่ปวดก็ได้ แต่จะรู้สึกว่ามีน้ำลายเหนียวและมีกลิ่นปากที่ค่อนข้างรุนแรง ถ้าเกิดการติดเชื้อขึ้น ก็จะทำให้มีอาการไข้ ตัวร้อน ปวดบวมบริเวณใต้ลำคอ รวมถึงมีหนองไหลปะปนออกมากับน้ำลาย

 

 

 

 

วิธีรักษาโรคนิ่วน้ำลายหรือต่อมน้ำลายอุดตัน

ในกรณีที่เกิดก้อนนิ่วขนาดเล็ก ก็อาจมีการหลุดออกมาได้เองในบางครั้ง แต่ถ้าเมื่อใดก็ตามที่เกิดการอักเสบแล้วไปพบแพทย์ แพทย์ก็จะให้ยาแก้อักเสบ ซึ่งก็จะช่วยรักษาให้หายได้ แต่การจะเอาก้อนนิ่วที่อาจจะมีขนาดใหญ่ขึ้นทุกวันออกให้ได้ผลที่สุด ก็ต้องทำการผ่าตัด โดยมีทั้งการผ่าตัดเอาก้อนนิ่วออกแบบธรรมดา และการผ่าตัดเอาก้อนนิ่วออกพร้อมต่อมน้ำลายในส่วนนั้น ๆ ออกไปพร้อมกัน หากเกิดการติดเชื้อหรือมีอาการรุนแรงมากเป็นพิเศษ

 

 

 

โรคนิ่วน้ำลาย หรือต่อมน้ำลายอุดตัน

อาจจะไม่ได้เป็นอันตรายถึงแก่ชีวิต แต่ก็สร้างปัญหาให้กับผู้ป่วยได้ไม่น้อยเลยทีเดียว เพราะบางรายอาจถึงขั้นต้องทำการรักษาด้วยการผ่าตัด เพราะฉะนั้นก็ควรดื่มน้ำให้มาก ๆ

 

 

 

 

ถึงจะดื่มได้ไม่เยอะ แต่ดื่มทุกครั้งที่นึกออกก็ยังดี และเมื่อเกิดความผิดปกติในช่องปาก ก็ควรไปพบแพทย์โดยเร็วจะช่วยป้องกันไม่ให้ปัญหาลุกลามใหญ่โตออกไปได้

 

 

เพื่อสุขภาพที่ดี ควรดื่มน้ำอย่างน้อยๆวันละ 8 แก้ว นะจ๊ะ

 

 

 

ขอบคุณข้อมูลที่มาจาก : https://www.sanook.com/women/97021

ภาพประกอบจากอินเตอร์เน็ต