หน้าแรก สุขภาพ จุกเสียดแน่นท้อง เรื่องเล็กที่ไม่เล็กอย่างที่คิด

จุกเสียดแน่นท้อง เรื่องเล็กที่ไม่เล็กอย่างที่คิด

343
0
แบ่งปัน

จุกเสียดแน่นท้อง เรื่องเล็กที่ไม่เล็กอย่างที่คิด

 

 

 

 

จุกเสียดแน่นท้อง เรื่องเล็กที่เป็นเรื่องใหญ่

 

 

 

หลายท่านคงเคยเกิดอาการไม่สบายท้อง จุกเสียด รู้สึกแน่นท้องกันมาบ้าง ตำแหน่งที่เกิดอาการคือ ช่วงท้องตอนบนตำแหน่งที่กระเพาะอาหารอยู่ อาการที่เกิดมักจะเป็นๆ หายๆ สามารถเกิดขึ้นได้ทุกเพศทุกวัย

 

 

 

ส่วนใหญ่เกิดจากภาวะมีกรดเกินในกระเพาะอาหาร กระเพาะอาหารเป็นแผลรวมถึงภาวะกรดย้อนกลับจากกระเพาะอาหารมาที่หลอดอาหาร ทำให้จุกแน่นบริเวณหน้าอกได้ รวมถึงภาวะอาหารไม่ย่อยหรือย่อยลำบาก ซึ่งอาการที่พูดถึงเป็นอาการไม่ใช่เป็นโรค

 

 

 

การรักษาส่วนใหญ่ คือ การให้ยาประเภทลดกรด มักจะตอบสนองต่อการรักษาได้ดี หลังจากทานยาอาการก็จะหายไป ซึ่งอาการจุกเสียดแน่นท้องอย่างที่กล่าวพบได้บ่อย และมักจะเป็นๆ หายๆ มีข้อสังเกตว่าอาการจุกแน่นดังกล่าวอาจจะนำไปสู่โรคร้ายแรงได้ เช่น การมีแผลขนาดใหญ่ในกระเพาะอาหาร โรคมะเร็งในกระเพาะอาหาร เป็นต้น

 

 

 

อาการที่ควรจะสังเกต คือ

 

1. ในบุคคลที่อายุเกิน 50 ปีขึ้นไปที่พบอาการจุกเสียด แน่นท้องบ่อยๆ

 

2. ในบุคคลที่พบว่าน้ำหนักตัวลดลงไปเรื่อยๆ โดยไม่ตั้งใจลด

 

3. รู้สึกหรือคลำก้อนได้บริเวณกระเพาะอาหาร

 

4. มีปัญหาในการกลืน

 

5. มีภาวะอาเจียนอย่างรุนแรง

 

6. ถ่ายอุจจาระเป็นสีดำ

 

 

 

ถ้ามีสัญญาณอันตรายเหล่านี้เกิดขึ้นหรือมีอาการปวดเรื้อรังทั้งๆ ที่รับประทานยาอยู่ ก็ควรได้รับการตรวจเพิ่มเติม เช่น ตรวจโดยการส่องกล้อง แพทย์จะแนะนำผู้ป่วยเป็นรายๆ ไป

 

 

 

 

 

มีคำแนะนำสำหรับผู้ที่เกิดอาการ ให้รีบดูแลรักษาตัวเองดังต่อไปนี้

 

1. รับประทานอาหารมื้อละน้อยๆ เพื่อเป็นการพักกระเพาะอาหาร

 

2. รับประทานอาหารทานช้าๆ ค่อยๆ เคี้ยว

 

3. หลีกเลี่ยงอาหารที่มีกรดหรือมีรสเปรี้ยว อย่างเช่น ส้ม มะเขือเทศ

 

4. หลีกเลี่ยงเครื่องดื่มที่มีกาเฟอีน

 

5. ถ้ามีความเครียด ควรรีบหาทางขจัดออกไปเพราะความเครียดอาจจะทำให้อาหารไม่ย่อย

 

6. หยุดสูบบุหรี่หรือสูบให้น้อยลง ไม่ควรสูบทันทีหลังรับประทานอาหาร

 

7. ลดปริมาณการดื่มแอลกอฮอล์

 

8. หลีกเลี่ยงการใส่เสื้อผ้าที่แน่นเกินไปที่จะไปกดทับบริเวณกระเพาะอาหาร เพราะจะทำให้กรดในกระเพราะอาหารย้อนกลับมาในหลอดอาหารได้

 

9. ไม่ควรออกกำลังกายทันทีหลังรับประทานอาหารหรืออิ่ม ควรออกกำลังกายก่อนรับประทานอาหารหรือ 1 ชั่วโมงหลังรับประทานอาหาร

 

10. ไม่ควรนอนราบทันทีหลังรับประทานอาหาร

 

11. สำหรับอาหารมื้อเย็น หลังจากรับประทานอาหารแล้วควรรอ 3 ชั่วโมงก่อนเข้านอน

 

12. ควรนอนหนุนหมอนสูงประมาณ 6 นิ้ว เพื่อช่วยให้กรดในกระเพาะอาหารไม่ย้อนกลับ

 

 

 

แต่ถ้ามีสัญญาณที่ไม่ดี เช่น อาเจียนเป็นเลือด ปวดท้องไม่หายหรือมีอาการปวดมาก น้ำหนักลดลงเรื่อยๆ ถ่ายเป็นเลือด ให้สังเกตอาการจุกแน่นยอดอกจะไม่ใช่อาการกรดย้อนขึ้น อาจเป็นภาวะหัวใจขาดเลือดก็ได้ ถ้ามีอาการจุกแน่นร่วมกับหายใจขัด ปวดร้าวหัวไหล่ซ้าย เหงื่อออก บ่งชี้ว่าอาจมีอาการผิดปกติของหัวใจ ควรรีบไปพบแพทย์เพื่อได้รับการรักษาทันที

 

 

 

 

สนับสนุนข้อมูลโดย ศูนย์ส่งเสริมสุขภาพไวทัลไลฟ์ โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ อินเตอร์เนชั่นแนล

 

 

 

 

 

 

 

 

 

แหล่งข้อมูลจาก เพจนานาสาระ กับ เคล็ดลับเพื่อสุขภาพที่ดี

ภาพประกอบจากอินเตอร์เน็ต