หน้าแรก ข้อคิดเตือนใจ ปมชีวิตคู่

ปมชีวิตคู่

4238
0
แบ่งปัน

ปมชีวิตคู่ของหลายๆคนเกิดขึ้น

เมื่อเกิดการระแวง เกิดการหึงหวง

หรือเพราะเข้าใจว่าตัวเอง ‘รู้ทัน’

ที่คนรักคิดถึงใครอื่นอยู่

 

 

 

 

 

 

 

จะรู้จริงหรือคิดว่ารู้ก็ตาม

หนทางที่ดีที่สุด

คือ #มีปฏิกิริยาในทางดีต่อกัน

#โดยเริ่มจากการทำความเข้าใจว่า

ไม่มีมนุษย์คนไหนที่คิดถึงคนคนเดียวได้

เพราะความคิดไม่ใช่สิ่งที่ใครจะควบคุมได้

พอเจอหน้าใคร ก็ต้องเกิดปฏิกิริยาทางอารมณ์

และความคิดต่างๆนานาก็ต้องผุดตามเป็นธรรมดา

นับจากความอาลัยโหยหา

ไปจนถึงจินตนาการทางเพศ

 

 

 

ตัวอย่างที่เห็นชัดที่สุด เป็นกันมากที่สุด

ไม่ว่ายุคไหนสมัยใด คือเรื่องของ ‘ชู้ทางตา’

ความรู้สึกบาดใจ เก็บกด เมื่อเห็นคนรักมองคนอื่น

 

 

 

ระแวงกับไว้ใจ

ต่างกันที่ความสุขสงบของจิต

ระแวงมาก ว้าวุ่นมาก

ระแวงน้อย ว้าวุ่นน้อย

ไว้ใจน้อย สงบน้อย

ไว้ใจมาก สงบมาก

 

 

 

หากสะสมความหงุดหงิดเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ

ทุกครั้งที่จับได้ว่าเขาของคุณเหล่ใคร

ก็เท่ากับเพิ่มเชื้อเพลิงขึ้นในใจไปเรื่อยๆ

จัดเป็น ‘มโนกรรม’

ใจคุณเสียหายได้ทุกทีที่เดินควงแฟนไปไหนต่อไหน

ใจร้อนรุ่ม นึกอยากด่าแฟน

และแล้ว ‘ความทุกข์ก็จะติดตามคุณ’ ไปทุกหนทุกแห่ง

เพราะคุณพบหญิงงามล่อตาชายได้ทุกที่ที่คุณไปถึง

 

 

 

ถ้าสังเกตดีๆ

บางทีคนที่ไม่น่าไว้ใจก็ไม่ได้อยู่ข้างนอก

แต่อยู่ข้างในนี่เอง

ตัวตนที่แกว่งไปแกว่งมาเอาแน่ไม่ได้

นั่นแหละทำให้ว้าวุ่นกว่าใครอื่นนอกตัว

 

 

 

..เลิกคิดระแวง

..เลิกพูดรีดเอาความจริง

..เลิกพยายามพิสูจน์ว่าใครถูกใครผิด

แล้ว #หันมาสนุกกับการมองใจตัวเอง

เห็นตามจริงว่าใจคนเรานั้น

แม้ไม่จำเป็นต้องดิ้น มันก็หาเรื่องดิ้นได้เรื่อยๆ

หมดจากเรื่องโน้นมาเรื่องนี้

หมดจากเรื่องนี้เดี๋ยวก็ไปเรื่องนู้นอีก

พอดูจนเห็นอาการดิ้นของใจชัดเจนบ่อยเข้า

คุณจะรู้สึกขึ้นมาขณะหนึ่งว่า

เอ๊ะ! ไม่เห็นต้องดิ้นก็ได้นี่หน่า

นั่นแหละครับ ที่ตรงนั้นใจจะเริ่มสงบลงมาเอง

 

 

 

ธรรมดาพอใจเริ่มสงบลง

คุณจะเกิดความพึงใจแบบใหม่

คือพึงใจกับ ‘การมองโลกตามจริง’

เห็นความพร่องในโลกเป็นส่วนหนึ่งของธรรมะ

เห็นชัดเจนว่าไม่เคยมีใครเป็นของใครอย่างแท้จริง

เพราะถ้าเป็นของคุณจริง

คุณคงควบคุมได้ทุกอย่าง รู้เห็นอะไรได้หมดทุกอย่าง

ไม่ต้องสอบถาม ไม่ต้องสืบสวน ไม่ต้องระแวงกัน

 

 

 

การเปลี่ยนจากการเป็น ‘คนขี้ระแวง’

เป็น ‘คนมองโลกในแง่ดี’

ประกายเสน่ห์จากเมตตาจิตจะฉายจ้าขึ้นมา

อานิสงส์ที่ได้รับอย่างน้อยที่สุด

คือ จิตจะใสใจจะเบา

ซึ่งคนรักจะอยากเข้าใกล้คุณมากขึ้น

กว่าตอนอยู่ในอารมณ์หงุดหงิดขี้ระแวงอย่างแน่นอน

 

 

 

ศีลข้อ ๓ ห้ามไว้สองอย่าง

คือ อย่าทำ และอย่าพูด

แต่ไม่ห้ามถึงขนาดว่า ‘อย่าคิด’

ธรรมดาโลกนั้น ชายชอบมองหญิงสวย

หญิงก็ชอบมองชายหล่อ

ขอเพียงอย่าให้นั่นเป็นปากทางไปสู่การผิดศีลข้อกาเม

ว่าด้วยการละเมิดสิทธิ์ครอบครองของผู้อื่นเป็นพอ

เพราะทำถึงขั้นนั้น

ธรรมชาติจะไม่ยอมปล่อยเอาไว้แล้ว

เตรียมบทลงโทษไว้ให้แน่นอนแล้ว

 

 

 

เมื่อใดๆในโลกไม่ใช่ของของคุณอย่างแท้จริง

ไม่อยู่ในมือให้คุณบัญชาว่าอย่าเกิดเรื่องอย่างนั้นอย่างนี้

ฉะนั้นก็เห็นตามจริงให้ได้ครับ

อะไรไม่ดีจะเกิดก็ต้องเกิด

แต่ขออย่าให้เริ่มเกิดจากเราก็แล้วกัน!

 

 

 

ร้อยเรียงจากหลากบทความของคุณดังตฤณ

 

 

 

 

 

 

 

 

 

แหล่งที่มาบทความดีๆจาก https://www.facebook.com/dungtrin